Terminator Salvation

ไปดู Terminator Salvation (Terminator 4) เมื่อกี้
เนื้อเรื่องก็เป็นสงครามระหว่างมนุษย์ (The Resistance) กับเครื่องจักร (Skynet / The Machines) หลังจาก Judgement Day นิวเคลียร์ถล่มโลก
John Connor (Christian Bale) ยังทำเสียง Batman เหมือนเดิม บางฉากมันชอบงึมงึมงำงำ
แม่งตะคอกเสียงเดียวกับ Batman เลย เปลี่ยนจาก "Where is the ..." เป็น "What are you!"
Marcus Wright (Sam Worthington) เป็นตัวละครที่ดูน่าค้นหา แต่บทมันน่าสงสารไปนิด
Kyle Reese (Anton Yelchin) นี่มันคนขับยาน Enterprise ชัดๆ
Kate Connor (Bryce Dallas Howard) ไม่ค่อยมีบท เป็นอิสาวท้องแก่วิ่งไปวิ่งมา
Blair Williams (Moon Bloodgood) สวยเช้งดี ควรจะมอบให้เป็นนางเอก
ทั้งเรื่องตัดไปตัดมาระหว่าง John Connor กับ Marcus อารมณ์ประมาณ FF8 ที่เป็น Squall กับ Laguna ตัดไปตัดมา
บทพูดทื่อๆอยู่หลายอัน พอจะมีแฟนเซอร์วิสพอสมควร พอให้หายคิดถึง
ฉากแอกชั่นสนุกดี ยิงกัน ระเบิดกัน ทั้งเรื่อง ตูมๆตามๆ
Kyle Reese ยิงปืนแม่นพอกับที่ Marcus ปาของแม่นเลย โหดมาก
ถ้าไม่เคยดูภาค 1 อาจจะงงๆเล็กน้อย ว่าทำไม John Connor มันหวง Kyle Reese ขนาดหนัก
แนะนำให้ดูภาค 1 ก่อนไปดู ถ้าเป็นไปได้ ก็ดูภาค 2 ด้วย แต่ภาค 3 ไม่จำเป็นต้องดู
ขนาดผมดูครบยกเว้น Sarah Connor Chronicles ยังแอบงงๆนิดๆ แต่ไม่มีอะไรโผล่ออกมาจาก Series นั้นมากมาย
ใครดูหนังแล้วชอบสภาพเมืองในหนัง แนะนำให้เล่น Fallout 3 เหมือนเด๊ะ
ภาพสวย เพลงดี บทแอบห่วย พล็อตก็พอใช้ได้
แต่ถ้าให้ดูอีกรอบ คงไม่ดูแล้ว รอโหลดเลย
ให้[คะแนน: 3/5] ละกัน

Read more 2 Comments

Star Trek

เมื่อวานไปดูมา ก็ขอรีวิวนิสละกัน ในฐานะที่ดูมาหลายภาค (แต่ไม่ค่อยได้ดูภาค Kirk แฮะ)

Star Trek หนังโรงภาคใหม่มาแล้ว! เป็นภาคหนังใหญ่ภาคที่ 11 แล้ว โดยที่ภาคก่อนหน้านี้ Star Trek : Nemesis นั้นรายได้น้อยเมื่อเทียบกับภาคอื่นๆ แล้วแถมซีรีย์ภาคสุดท้าย Enterprise นั้นย่ำแย่สุดๆจนต้องถูกยกเลิก (เป็นซีรีย์ภาคเดียวที่ไม่คิดจะดู) ภาคนี้นี่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นภาคที่ต้องการเริ่มต้นแฟรนไชส์ Star Trek ทั้งหมดสำหรับแฟนๆและว่าที่แฟนๆทุกคน

Star Trek ภาคนี้ กำกับโดย JJ Abrams ผู้สร้าง Cloverfield, Lost และ Alias แถมยกพลพรรคนักแสดงดังๆรุ่นใหม่ๆมาเพียบ

ภาคนี้เริ่มต้นเนื้อเรื่องใหม่ตั้งแต่ James T. Kirk (Chris Pine) ยังไม่เกิด แล้วก็จะเป็น Alternate Timeline ไปเลย (เปลี่ยนเนื้อเรื่องจากภาค Original ไปหลายส่วน) โดยหลังจากที่ Kirk เข้าเรียนที่ StarFleet Academy ก็ได้พบกับอีตา Spock (Zachary Quinto) แล้วก็หมอ Leonard McCoy (Karl Urban) ก็ได้เข้าร่วมผจญภัยบนยาน Enterprise พร้อมกับลูกเรือมหาเทพอย่าง Hikaru Sulu (John Cho), Pavel Chekov (Anton Yelchin) แล้วก็ Scotty (Simon Pegg) ไปต่อสู้กับโรมูลันตัวร้ายชื่อ Nero (Eric Bana) ที่ตั้งหน้าตั้งตาจะทำร้ายจิตใจ Spock โดยการระเบิดดาวที่สำคัญต่อ Spock ที่เป็นลูกครึ่งวัลแคนกับมนุษย์ทิ้งให้ราบ

Star Trek ภาคนี้นั้นหวังจะให้มีแฟนๆกลุ่มใหม่ๆดูด้วย (อย่างเช่นผม ที่เกิดไม่ทันภาค Kirk เกิดมาก็เป็น Picard หัวเหม่งครองจักรวาลแล้ว) รวมทั้งคนที่ไม่เคยดู Star Trek มาก่อน ตัวเนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยจังหวะที่กำลังดี ดูแล้วไม่รีบไม่เอื่อยจนเกินไป ศัพท์แสลงก็ลดจำนวนลงจากภาคก่อนๆโดยเห็นได้ชัด การแสดงจะมีให้ติก็ต้อง Spock ที่ผมไม่สามารถสลัดภาพ Sylar ออกจากหัวไปได้ (ไม่ใช่ความผิดหนังหรือคนแสดงเลย ฮ่าๆ) ประมาณว่าดูๆหน้ามันซักพัก จะต้องคิดว่าเดี๋ยวมันต้องไล่ฆ่าคนเป็นแน่แท้ ที่น่าบ่นอีกอย่างคือโฆษนามือถือ Nokia ตอนเริ่มที่ค่อนข้างจะหน้าเกลียดพอๆกับโฆษนา Sony ใน 007 สองภาคล่าสุด แล้วก็ที่ติสุดท้ายเลยคือ หนังสว่างมาก! ตอนแรกอ่านที่เขาบ่นกันไว้ก็ไม่ค่อยเข้าใจว่ามันสว่างขนาดไหน แต่พอไปดูในโรงเนี่ย ตาแทบบอด ไม่สู้จะฉายแสงห่าเหวอะไรมากมายใส่ตาคนดู (ปกติ Star Trek ภาคอื่นๆจะค่อนข้างเป็นหนังประหยัดไฟ ไม่ค่อยสว่างนัก) ก็ไม่ค่อยเข้าใจ JJ แกเหมือนกันว่าทำไมอวกาศในอนาคตมันจะสว่างวูบวาบอะไรกันนักกันหนา (พี่แกชอบทรมานคนดู ตอน Cloverfield ก็ทำกล้องสั่นไปแล้ว ฮ่าๆ)

ดูวีดีโอข้างล่างได้เลยว่าสว่างยังไง:

httpv://www.

Read more 6 Comments

Review: Tom Clancy's H.A.W.X

ดองไว้นานมาก ขอเขียนให้เสร็จเลยละกัน มันค้างคาใจ

นั่งเล่น Tom Clancy's H.A.W.X จนจบแล้ว

[เรื่อง: 3/5] เอาอะไรมาก เกมขับเครื่องบินรบ ไม่ใช่ RPG แต่ที่อยากจะบ่นคือเกมแอบสั้นเล็กน้อย มีแค่ 19 ด่านก็จบแล้ว อยากได้ซัก 30 ด่านจะยอดมาก ความยากง่ายของแต่ละด่านก็คละกันไป บางด่านเล่น 5 นาทีก็จบ บางด่านเล่นเป็นชั่วโมงก็ยังไม่ผ่าน แต่รวมแล้วคือ เนื้อเรื่องก็พอใช้ได้ ซึ่งก็ไม่เลวนักสำหรับเกมขับเครื่องบิน พอเดาได้ แต่ก็ตื่นเต้นดี

[ภาพ: 4/5] สวยด้วย ลื่นด้วย เกมนี้มีแบ่งให้เล่นสองโหมดเลยคือ DirectX 9 กับ DirectX 10 ซึ่งถ้าเล่นจริงๆแล้วก็ไม่ต่างกันมาก โดยในส่วนของ DX10 นั้นจะมี option ให้ปรับเพิ่มพวกรายละเอียดอีก 3-4 อย่าง (ที่จะทำให้เกมอืดลงเล็กน้อย แต่สวยขึ้นพอควร ประมาณแสงแดดส่องทะลุเมฆ) แต่ถ้าไม่มี DX10 ก็ไม่ต้องตกใจไป เพราะรายละเอียดพวกนั้นไม่มีก็ไม่เสียหายอะไร

[เสียง: 3/5] มีแต่เสียงเครื่องบินฟู่ฟู่ แล้วก็เสียงพากย์ที่งั้นๆ แต่เสียงขีปนาวุธพุ่งชนเป้าหมายมันสะใจดี

[ระบบ: 4/5] เล่นง่ายกว่า Flight Simulator เยอะ ไม่ค่อยยิบย่อย แต่ตอนเปิดปิดโหมดช่วยเหลือ (เล่นแล้วจะรู้เองครับ) มันต้องฝึกควบคุมกันนิดนึง โดยเฉพาะคนที่เล่นบนคีย์บอร์ด (เกมนี้น่าเอา Joystick, Joypad มาเล่นยิ่งนัก) ตอนที่เล่นเนี่ย เล่นคนเดียว แต่ว่าเพื่อนโทรมาบอกว่าเล่น co-op สนุกกว่า ง่ายกว่าด้วย เลยแอบเซ็ง เพราะผู้ช่วย AI (สองลำ) มันค่อนข้างโง่ (แต่มันก็ไม่ตายนะ)

[รวม: 3.5/5] ไม่ค่อยผิดหวัง แต่ก็ไม่มีอะไรน่าตื่นตามาก เล่นสนุกดี โดยเฉพาะตอนที่ได้ F-22 มาขับนี่มันสวรรค์ชัดๆ

รอบนี้รูปค่อนข้างเยอะ (ต้องใช้ fraps ถ่ายออกมานะเนี่ย) ขอแปะไว้ให้เป็น gallery ละกัน