Olympus Has Fallen

[youtube http://www.youtube.com/watch?v=vwx1f0kyNwI&w=560&h=315] แว้บไปดูมาวันนี้ เนื้อเรื่องคือทำเนียบขาวโดนเกาหลียึด พระเอกที่เป็นเลโอไนดาสกลับชาติมาเกิดต้องไปกอบกู้สถานการณ์ อารมณ์ประมาณ Die Hard ที่หัวไม่ล้าน แล้วก็ตัวร้ายมาจาก Die Another Day (Zao) แสดงโอเค ภาพยังไม่เนียนแต่อลังการใช้ได้ เนื้อเรื่องเรื่อยๆ สะใจได้เรื่อง หนังโผล่มาได้จังหวะเกาหลีกำลังตึงเครียดพอดี Verdict: 3/5 ไปดูเอามันส์ IMDB 7.2 | RT 51% --- ต่อจากนี้ไป spoiler ล้วนๆ มีจุดที่ดูแล้วขัดหูขัดตามากหลายจุด ปล่อยเครื่องบิน C-130 ผ่านมาได้ยังไงตั้งลึก เป็นปกตินี่น่าจะโดนสอยไปแล้ว (ถ้าเป็นจริงก็น่าจะเป็น F-16 สอย เพราะตอนนี้ F-22 ถูกสั่งงดบิน) ถ้าสองเกาหลีจะรบกันจริง ผู้นำเกาหลีใต้ที่ควรจะคุยด้วยคือประธานาธิบดี ไม่ใช่นายกลีที่โผล่มาตายกากๆ สองเกาหลีจะยิงกัน มันบอกว่าเป็นย่าน Southeast Asia (ย่านอาเซียน) จะยิงกัน แกจะบ้าเหรอ นับ DEFCON ผิดฝั่ง ถ้าทำเนียบขาวโดนยึดนี่ควรจะ DEFCON 1 หรือ 2 แต่ในหนังมันเป็น 4 (ในขณะที่เขียนตอนนี้สหรัฐก็ DEFCON 4 อยู่) หนังฮอลลีวูดนับผิดหลายเรื่องมาก SAM บนหลังคากากมาก ทำไมไม่ใช้ Patriot? ข่าวในทีวีเขียนว่า "Whitehouse" แต่ความจริงแล้วต้องเขียนว่า "White House" ทีมของธนัชชา ศักดิ์สยามกุลแปลห่วยมาก "Secret Service" ดันไปแปลว่าข่าวกรองลับ! แล้วก็ที่ผิดอีกเยอะมาก ปืน Hydra นี่ยังไงๆ ก็ CIWS ชัดๆ แล้วไปเอามาได้ยังไง แล้วพระเอกรู้เรื่องอิปืนนี่ แต่ Director of Secret Services ไม่รู้!? การ์ดของนายกเกาหลีตอนแรกโดนแยกไว้ข้างนอก มาอยู่ในห้องนิรภัยได้ยังไง Secret Service ถือ Uzi ที่ความจริงเปลี่ยนมาใช้ MP5 เกือบสามสิบปีแล้ว ยังดีที่หน่วยในตึกใช้ P90 ที่ถือว่าถูกต้อง รหัสเปิดระบบ Cerberus ของสามคนมันเป็น Alphanumeric แต่ตอนปิดระบบเป็น Unicode รหัสเปิดระบบเป็นอักษรสองตัว เลขห้าตัว ที่ Bruteforce ได้ดื้อๆ รหัสตอนปิดที่เขียนบนกระดาษมันมี Backslash -_- แม่งเรียก # ว่า hashtag อันนี้ขอคารวะ พระเอกต้องหยุดถามแล้วอีกคนบอกว่า กด shift + เลข 3 ตอนกลางๆ เรื่องมันบอกว่า Cerberus คือระบบหยุดระเบิดนิวเคลียร์ที่ยิงไปแล้ว ตอนหลังแม่งบอกเฉยเลยว่าระเบิดทิ้งในไซโลก็ได้ จะบ้าเหรอ ถ้าให้ดูอีกก็หาจุดเจออีก แต่ก็ไม่คิดมากนะ ดูเอาฮา! ปล. ลูกชายปธน.เล่น Red Dead Redemption ตอนต้นเรื่อง

Newsroom: Slow News Day?

So Aaron Sorkin came up with a new show - "Newsroom" airing on HBO. Replace: Charlie Sheen with Jeff Daniels, Governing with Reporting, fictional White House with a fictional TV network and there you have it! The pilot episode went pretty well imo, especially the opening rant.

Café de Destiny

วันก่อนไปร้านอาหารเปิดใหม่มา ชื่อร้าน Café de Destiny ร้าน Café de Destiny เป็นร้านอาหารอิตาเลียนและไทย (แต่ไม่ฟิวชั่นเท่าไหร่นะ ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากที่ไม่ฟิวชั่น) ร้านอยู่ตรงเอกมัย เยื้องๆปั๊มน้ำมันบางจาก เวิ้งเดียวกับร้านคิงคอง สาขาเอกมัย - แผนที่ Google Maps   หน้าร้านน่ามอง บรรยากาศดูดีใช้ได้เลย  อันนี้เวลาเปิดปิดร้าน Café de Destiny และโปรโมชั่นเบียร์ (อ๊ะ! เสร็จโจร!) น่าน เดินเข้ามาก็สั่งเบียร์ก่อนเลย Erdinger สด แบบสดมากๆ สงสัยเพราะร้านเปิดใหม่ เบียร์เลยเหมือนเพิ่งแกะ หอมมมม บรรยากาศภายในร้าน Café de Destiny ความจริงด้านล่างร้านไม่ใหญ่มาก แต่ก็จัดวางพื้นที่ให้มีพื้นที่ต่อโต๊ะเยอะ ไม่ดูแออัดดี เมนูของร้านจะแยกส่วนเมนูอิตาเลี่ยนกับเมนูไทยออกจากกัน อันนี้ที่ไปกินกันจะสั่งอิตาเลียนมาเป็นหลัก ราคาถือว่าไม่แพงสำหรับโซนเอกมัย-ทองหล่อ ไปกันห้าคน หมดไปเกือบๆสี่พัน อิ่มหนำสำราญกันดี ซีซาร์สลัด มาตรฐานแบบดีหน่อย สลัดมะเขือเทศกับชีสมอสซาเรลล่า สะใจชีส! อันนี้ Tortilla กินเล่นๆสนุกดี น้ำจิ้มอร่อย Lamb Shank แพงที่สุดในเมนู (550 บาท) น้องชายสั่งมา อร่อยดี เนื้อนุ่มมวากกก น้องสาวสั่งพาสต้าเส้นหมึกดำ อันนี้ชิมไปนิดเดียว ใช้ได้อยู่ พาสต้าของแม่ ไม่ได้ชิม ถ่ายเสร็จแล้วมันก็โดนรุม! ส่วนอันนี้พระเอกของผม ขาแกะ! (450 บาทมั้ง) ตอนแรกเกือบลืมถ่ายรูปแล้วจะกินเลย ยกมาดูใกล้ๆ มะ มะ มะ ไม่ไหวแล้ว!! งั่ม วิธีการกินถูกไม่ถูกไม่สน แต่อร่อยสะใจ ซอสเข้ม เนื้อนุ่ม แล้วก็ชีสพาย อันนี้ภรรยาเจ้าของร้านทำเอง เป็นจุดเด่นของร้านได้เลย อร่อยสุดๆ (สั่งมากินกันสามจาน) ตบท้ายด้วยซูเฟล่ ช็อคกะแร้ลาวา นิ่มๆ ขมๆ อะโหร่ย   สรุป: อร่อย ราคาไม่แพงมาก ตอนนี้ลูกค้าไม่เยอะ เพราะเพิ่้งเปิดใหม่ กินแล้วก็ไปเที่ยวต่อได้ แฮ่! ไปดูรูปทั้งหมดที่ Flickr นะจ๊ะ

Café de Destiny

วันก่อนไปร้านอาหารเปิดใหม่มา ชื่อร้าน Café de Destiny ร้าน Café de Destiny เป็นร้านอาหารอิตาเลียนและไทย (แต่ไม่ฟิวชั่นเท่าไหร่นะ ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากที่ไม่ฟิวชั่น) ร้านอยู่ตรงเอกมัย เยื้องๆปั๊มน้ำมันบางจาก เวิ้งเดียวกับร้านคิงคอง สาขาเอกมัย - แผนที่ Google Maps   หน้าร้านน่ามอง บรรยากาศดูดีใช้ได้เลย  อันนี้เวลาเปิดปิดร้าน Café de Destiny และโปรโมชั่นเบียร์ (อ๊ะ! เสร็จโจร!) น่าน เดินเข้ามาก็สั่งเบียร์ก่อนเลย Erdinger สด แบบสดมากๆ สงสัยเพราะร้านเปิดใหม่ เบียร์เลยเหมือนเพิ่งแกะ หอมมมม บรรยากาศภายในร้าน Café de Destiny ความจริงด้านล่างร้านไม่ใหญ่มาก แต่ก็จัดวางพื้นที่ให้มีพื้นที่ต่อโต๊ะเยอะ ไม่ดูแออัดดี เมนูของร้านจะแยกส่วนเมนูอิตาเลี่ยนกับเมนูไทยออกจากกัน อันนี้ที่ไปกินกันจะสั่งอิตาเลียนมาเป็นหลัก ราคาถือว่าไม่แพงสำหรับโซนเอกมัย-ทองหล่อ ไปกันห้าคน หมดไปเกือบๆสี่พัน อิ่มหนำสำราญกันดี ซีซาร์สลัด มาตรฐานแบบดีหน่อย สลัดมะเขือเทศกับชีสมอสซาเรลล่า สะใจชีส! อันนี้ Tortilla กินเล่นๆสนุกดี น้ำจิ้มอร่อย Lamb Shank แพงที่สุดในเมนู (550 บาท) น้องชายสั่งมา อร่อยดี เนื้อนุ่มมวากกก น้องสาวสั่งพาสต้าเส้นหมึกดำ อันนี้ชิมไปนิดเดียว ใช้ได้อยู่ พาสต้าของแม่ ไม่ได้ชิม ถ่ายเสร็จแล้วมันก็โดนรุม! ส่วนอันนี้พระเอกของผม ขาแกะ! (450 บาทมั้ง) ตอนแรกเกือบลืมถ่ายรูปแล้วจะกินเลย ยกมาดูใกล้ๆ มะ มะ มะ ไม่ไหวแล้ว!! งั่ม วิธีการกินถูกไม่ถูกไม่สน แต่อร่อยสะใจ ซอสเข้ม เนื้อนุ่ม แล้วก็ชีสพาย อันนี้ภรรยาเจ้าของร้านทำเอง เป็นจุดเด่นของร้านได้เลย อร่อยสุดๆ (สั่งมากินกันสามจาน) ตบท้ายด้วยซูเฟล่ ช็อคกะแร้ลาวา นิ่มๆ ขมๆ อะโหร่ย   สรุป: อร่อย ราคาไม่แพงมาก ตอนนี้ลูกค้าไม่เยอะ เพราะเพิ่้งเปิดใหม่ กินแล้วก็ไปเที่ยวต่อได้ แฮ่! ไปดูรูปทั้งหมดที่ Flickr นะจ๊ะ

Wine Dinner at D-Sens

บล็อกดองเค็ม! ก็เดือนก่อนได้มีโอกาสจับพลัดจับผลูได้ไปทานข้าวที่ห้องอาหาร D-Sens ของโรงแรมดุสิตธานี (มีคนอ่านทั้งเดซองส์ และดีเซนส์) พอไปถึงก็ได้ค้นพบว่า เป็นงานเปิดตัวไวน์ ของตระกูล Rothschild อีกสายนึง! อันนี้มาจาก Bordeaux เลย :3   ก็ไม่รู้จะบรรยายอะไรมาก เอาเป็นว่าอร่อยหมด!   ดูรูปดีกว่า   มาถึงตอนค่ำๆ ฝนใกล้จะตกพอดี แต่แสงแบบว่าสุดยอด!    ขึ้นมาชั้นบนสุด ก็จะพบห้องอาหาร D-Sens ที่เพิ่งตกแต่งใหม่ไปเมื่อไม่นานมานี้ ฝ่าย PR บอกว่า ที่ตกแต่งนี่ก็ประหยัด เพราะใช้ของที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงใหม่ ต้องยกนิ้วให้เลย ดูแทบไม่ออก   ระหว่างรองานเริ่มก็ดื่ม Le Rose de Clarke (2009) รอกันก่อน อันนี้สีสวยดี กลิ่นออกผลไม้แนวเบอร์รี่ เหมาะเอาไว้ดื่มเรียกน้ำย่อยกับขนมจุกจิกได้ดี   พอมานั่งที่โต๊ะ ก็จะพบรูปตกแต่งร้าน ที่ขอซื้อได้ด้วยนะ ออกแนว Pop Art สมัยใหม่หน่อย -- คอร์สแรก เป็นสลัดล็อบส์เตอร์ ชิ้นเล็กๆ น่ารักๆ ทานคู่กับไวน์ขาว Le Merle Blanc De Chateau Clarke (2009) -- ต่อด้วยตับเป็ดย่างเกรียมๆ หอมมากอะไรมาก! ดื่มคู่กับไวน์แดงเบาๆ Les Granges des Domaines Edmond de Rothschild (2008) -- คอร์สสามเป็นนกกระทา นานๆที่ได้แซ่บนกที อร่อยด้วยนะ ดื่มกับ Chateau des Laurets (2005) อันนี้เริ่้มมีความหนักขึ้นมาอีกนิด -- และแล้วก็มาถึงเมนคอร์ส! เนื้อวากิวชิ้นเป้งๆ พร้อมซอสมันฝรั่งและซอส bordelaise ที่มาจาก Bordeaux ดื่มคู่กับพระเอกของงานนี้ Chateau Clarke Baron Edmond de Rothschild (2005) แบบว่าเต็มๆ full-body สะใจ :) -- อันนี้ของหวาน เป็นวุ้นแพร์ (อธิบายคำว่า poaching ไม่ถูกอะ) บิสกิตรัมชิ้นเล็กๆ แล้วก็ไอติมอบเชย ที่อร่อยมวากกกกกกก ดื่มกับไวน์หวาน Ferreira Tawny อันนี้ของทาง D-Sens เอง ปกติไม่ดื่มไวน์หวานนะ แต่อันนี้ถือว่าไปด้วยกันได้ดียิ่ง -- จบด้วยขนมดื่มคู่น้ำชา/กาแฟ ซัดไปหมดนี่ สภาพเป็นแบบนี้ หน้าแดงแต่พองาม -- สรุปแล้วก็ถือว่าชอบมาก กับอาหารที่ D-Sens และไวน์จาก Chateau Clarke ไว้โอกาสหน้าจะแวะเวียนไปเยี่ยมใหม่ :)     ดูรูปที่เหลือบน Flickr ได้ แต่มืดนิดนะ

Din Tai Fung

เมื่อวานบ่นอยากกินดิ่นไท่ฟง (Din Tai Fung - 鼎泰豐) ที่เพิ่งมาเปิดใหม่ที่หัวมุมชั้น 7 เซ็นทรัลเวิร์ล เมื่อไม่นานมานี้

หน้าร้านดิ่นไท่ฟง เซ็นทรัลเวิร์ล ชั้น 7 จ้า

ดิ่นไท่ฟงเป็นร้านอาหารจีนจากไต้หวันที่ขึ้นชื่อเรื่องเสี่ยวหลงเปา (Xiaolongbao - 小笼包) ถึงระดับที่เขาบอกว่าได้ดาวมิชลินในฮ่องกงกันเลยทีเดียว โดยที่ครัวของร้านดิ่นไท่ฟงจะมีจุดเด่นคือแยกครัวที่ทำเสี่ยวหลงเปาออกมาไว้ด้านหน้าร้านแล้วเป็นกระจกใส (ทำโชว์อะ ว่างั้น) สาขาที่กรุงเทพฯก็ไม่เว้นนะ

ครัวเสี่ยวหลงเปาหน้าดิ่นไท่ฟง ตอนแรกว่าจะไปเกาะกระจกดูเหมือนกัน 5555

อยู่กรุงเทพฯนี่หาเสี่ยวหลงเปากินยาก (ถ้าขี้เกียจเหาะไปเยาวราชหรือแถวสีลม) ตัวเลือกตามห้างมีแค่ ช่างไห่เสี่ยวหลงเปา (Shanghai Xiaolongbao) กับ คริสตัลเจด (Crystal Jade) ของที่ดิ่นไท่ฟงนี่โฆษนาเป็นล่ำเป็นสันเลยว่า พิถีพิถันสิบแปดจีบ! อุวะ! เมื่อวานไปทานเป็นมื้อเย็น แต่เดาไว้ว่าเป็นร้านชื่อดังมาเปิดใหม่เลยทำใจไว้แล้วว่าคิวยาว ไปตอนทุ่มกว่าๆวันอังคาร สาวพนักงานต้อนรับ (น่าจะคนฮ่องกงนะ) บอกว่า "คิวสี่สิบนาที รอมั้ย?" พอเราบอกว่ารอจ้ะ เขาก็เอาเมนูกับใบติ๊กสั่งอาหารมาให้ยืนติ๊กกันหน้าร้านเลย ค้นพบว่าร้านนี้เลิกรับคิวราวๆก่อนสองทุ่ม เพราะที่ได้มานี่คือคิวท้ายๆของร้านเลย จะไปก็รีบไปนะฮะ! (กินตับ กินตับ กินตับ)

เมนูสั่งอาหารร้านดิ่นไท่ฟง ถ้าขี้เกียจอ่านอังกฤษก็เอาเลขไปเทียบเมนูเอาฮะ

เปิดเมนูดูแล้วพบว่าเมนูหลากหลายใช้ได้ แต่หลายอย่างโดนกาว่าไม่มี (ของหวานไม่มีซักอย่าง) แถมชื่อมีตั้งห้าภาษาจีน ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ติดนิดหน่อยตรงภาษาไทยเหมือนจะไม่ได้ปรู๊ฟมา :P แต่ไม่เป็นไร มีเสี่ยวหลงเปากินเป็นพอ

เมนูภาษาไทยดิ่นไท่ฟง อีกหน้าเขียนว่า "คำแนะนำของเชฟ" -_- อ้อ แล้วก็เมนูนี้ก็ไม่มีขายด้วย 5555

ที่ร้านก็มีบริการที่แปลกใหม่เล็กๆน้อยๆ อย่างเอาตะกร้าผ้ามาให้คุณนายทั้งหลายวางกระเป๋าถือกัน (จะได้ไม่เลอะ/รก) แล้วก็พนักงานพูดได้หลายภาษา (คนจีน/ไต้หวันมากินเยอะอยู่นะ เพราะตอนรอคิวนี่เจอข้ามหัวทั้งจีนกลางและกวางตุ้ง ผมล่ะเศร้าจริงๆที่หน้าตาให้ แต่ดันพูดได้ไม่กี่คำ)   รีวิวอาหารดีกว่านะ เนื่องจากว่าหลักๆแล้วกินคนเดียว (อีกคนบอกว่าจะจิกเสี่ยวหลงเปาสามเม็ด) เลยสั่งเสี่ยวหลงเปามาแค่หกเม็ด เข่งเดียว (โต๊ะข้างๆเป็นป้ามากินกันสองคน แกสั่งมาสี่เข่ง) อันนี้บอกได้เลยว่าอร่อย ซุปข้างในและไส้รสชาติเข้มข้นมาก แป้งก็เหนียวๆดี (แต่ต้องรีบกินนะ ทิ้งไว้นานแป้งจะเปลี่ยนจากเหนียวนุ่มเป็นเหนียวหนืด)

เสี่ยวหลงเปาดิ่นไท่ฟง มาแบ้วแจ้ สั่งมาหกเม็ด (อย่าเรียกลูกเลย เรียกเม็ดดีกว่า) เข่งใหญ่บะเร้อบะร่า

เสี่ยวหลงเปา ณ ดิ่นไท่ฟง

เอาเสี่ยวหลงเปาดิ่นไท่ฟงมาเทียบกับเหรียญสิบ เอาไว้อ้างอิงขนาด

อันนี้เทียบราคาแล้ว ของเราแพงกว่าที่ไต้หวันนะ ลองเอารีวิวพันทิปไปดูได้ ของเราหกเม็ด 145 บาท ของเขาหกเม็ด NT$114 (ค่าเงินไล่เลี่ยกัน 1:1 เลยช่วงนี้) แถมราคาของเรายังต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าบริการอีก 10% (ภาษาบ้านๆเรียก 145++) ส่วนของเขามีแค่ค่าบริการ 10% (ซักพักคงมีคนเรียก เสี่ยวหลงเปาอำมาตย์สินะ หรือจะเป็นเสี่ยวหลงเปาขันทีดี? lol) อย่างอื่นที่สั่งมา (เพราะกินแค่อิเสี่ยวหลงเปานี่ไม่อิ่มแน่นอน) ก็มี...

ข้าวผัดดิ่นไท่ฟงพร้อมหมูทอด อันนี้หมูทอดอร่อย นุ่มมาก ข้าวผัดก็หอมดี อร่อยๆ

ข้าวผัดดิ่นไท่ฟง ผัดสไตล์จีนเลยคือข้าวมันวับ

ไก่แช่เหล้าดิ่นไท่ฟง อันนี้มาเล็กจนน่าตกใจ แต่ก็อัดเนื้อมาแน่นดี ชิ้นใหญ่กว่ากำปั้นไม่มาก ด้านบนอร่อย แต่ต้องรีบกิน เพราะด้านล่างเค็มมาก ถ้าช้า

ซุปวุ้นเส้นกับเต้าหู้ยัดไส้ดิ่นไท่ฟง อันนี้กลิ่้นเป็นเอกลักษณ์ ซุปกลมกล่อม ส่วนวุ้นเส้นงั้นๆ

แน่นอน ต่อให้เป็นดิ่นไท่ฟง เราก็จะเล่น Davy Jones วะฮะฮ่ะฮ่า

สุดท้ายถือบิลไปจ่ายหน้าร้าน กินคนเดียว (หักชา หักเสี่ยวหลงเปาไปสามเม็ด) โดนไปเกือบเก้าร้อย โฮะ... เข่าแทบทรุด น้ำตาแทบร่วง

ต้องกินมาม่าไปอีกหลายมื้อ ;_;

เอาเป็นว่าแนะนำให้ไปเวลาอยากทานเสี่ยวหลงเปาอร่อยๆฮะ ตอนนี้คิวยาวหน่อย แต่คาดว่าอีกเดือนสองเดือน พอเขาเปิดร้านเต็มๆ (ช่วงนี้โซนด้านหน้าไม่เปิด) คงจะไม่ต้องรอเท่าไหร่   ร้านอาหารจีน ดิ่นไท่ฟง (Din Tai Fung - 鼎泰豐) ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิร์ลด์ โทร. 02-646-1282  

Read more 12 Comments

Din Tai Fung

เมื่อวานบ่นอยากกินดิ่นไท่ฟง (Din Tai Fung - 鼎泰豐) ที่เพิ่งมาเปิดใหม่ที่หัวมุมชั้น 7 เซ็นทรัลเวิร์ล เมื่อไม่นานมานี้

หน้าร้านดิ่นไท่ฟง เซ็นทรัลเวิร์ล ชั้น 7 จ้า

ดิ่นไท่ฟงเป็นร้านอาหารจีนจากไต้หวันที่ขึ้นชื่อเรื่องเสี่ยวหลงเปา (Xiaolongbao - 小笼包) ถึงระดับที่เขาบอกว่าได้ดาวมิชลินในฮ่องกงกันเลยทีเดียว โดยที่ครัวของร้านดิ่นไท่ฟงจะมีจุดเด่นคือแยกครัวที่ทำเสี่ยวหลงเปาออกมาไว้ด้านหน้าร้านแล้วเป็นกระจกใส (ทำโชว์อะ ว่างั้น) สาขาที่กรุงเทพฯก็ไม่เว้นนะ

ครัวเสี่ยวหลงเปาหน้าดิ่นไท่ฟง ตอนแรกว่าจะไปเกาะกระจกดูเหมือนกัน 5555

อยู่กรุงเทพฯนี่หาเสี่ยวหลงเปากินยาก (ถ้าขี้เกียจเหาะไปเยาวราชหรือแถวสีลม) ตัวเลือกตามห้างมีแค่ ช่างไห่เสี่ยวหลงเปา (Shanghai Xiaolongbao) กับ คริสตัลเจด (Crystal Jade) ของที่ดิ่นไท่ฟงนี่โฆษนาเป็นล่ำเป็นสันเลยว่า พิถีพิถันสิบแปดจีบ! อุวะ! เมื่อวานไปทานเป็นมื้อเย็น แต่เดาไว้ว่าเป็นร้านชื่อดังมาเปิดใหม่เลยทำใจไว้แล้วว่าคิวยาว ไปตอนทุ่มกว่าๆวันอังคาร สาวพนักงานต้อนรับ (น่าจะคนฮ่องกงนะ) บอกว่า "คิวสี่สิบนาที รอมั้ย?" พอเราบอกว่ารอจ้ะ เขาก็เอาเมนูกับใบติ๊กสั่งอาหารมาให้ยืนติ๊กกันหน้าร้านเลย ค้นพบว่าร้านนี้เลิกรับคิวราวๆก่อนสองทุ่ม เพราะที่ได้มานี่คือคิวท้ายๆของร้านเลย จะไปก็รีบไปนะฮะ! (กินตับ กินตับ กินตับ)

เมนูสั่งอาหารร้านดิ่นไท่ฟง ถ้าขี้เกียจอ่านอังกฤษก็เอาเลขไปเทียบเมนูเอาฮะ

เปิดเมนูดูแล้วพบว่าเมนูหลากหลายใช้ได้ แต่หลายอย่างโดนกาว่าไม่มี (ของหวานไม่มีซักอย่าง) แถมชื่อมีตั้งห้าภาษาจีน ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ติดนิดหน่อยตรงภาษาไทยเหมือนจะไม่ได้ปรู๊ฟมา :P แต่ไม่เป็นไร มีเสี่ยวหลงเปากินเป็นพอ

เมนูภาษาไทยดิ่นไท่ฟง อีกหน้าเขียนว่า "คำแนะนำของเชฟ" -_- อ้อ แล้วก็เมนูนี้ก็ไม่มีขายด้วย 5555

ที่ร้านก็มีบริการที่แปลกใหม่เล็กๆน้อยๆ อย่างเอาตะกร้าผ้ามาให้คุณนายทั้งหลายวางกระเป๋าถือกัน (จะได้ไม่เลอะ/รก) แล้วก็พนักงานพูดได้หลายภาษา (คนจีน/ไต้หวันมากินเยอะอยู่นะ เพราะตอนรอคิวนี่เจอข้ามหัวทั้งจีนกลางและกวางตุ้ง ผมล่ะเศร้าจริงๆที่หน้าตาให้ แต่ดันพูดได้ไม่กี่คำ)   รีวิวอาหารดีกว่านะ เนื่องจากว่าหลักๆแล้วกินคนเดียว (อีกคนบอกว่าจะจิกเสี่ยวหลงเปาสามเม็ด) เลยสั่งเสี่ยวหลงเปามาแค่หกเม็ด เข่งเดียว (โต๊ะข้างๆเป็นป้ามากินกันสองคน แกสั่งมาสี่เข่ง) อันนี้บอกได้เลยว่าอร่อย ซุปข้างในและไส้รสชาติเข้มข้นมาก แป้งก็เหนียวๆดี (แต่ต้องรีบกินนะ ทิ้งไว้นานแป้งจะเปลี่ยนจากเหนียวนุ่มเป็นเหนียวหนืด)

เสี่ยวหลงเปาดิ่นไท่ฟง มาแบ้วแจ้ สั่งมาหกเม็ด (อย่าเรียกลูกเลย เรียกเม็ดดีกว่า) เข่งใหญ่บะเร้อบะร่า

เสี่ยวหลงเปา ณ ดิ่นไท่ฟง

เอาเสี่ยวหลงเปาดิ่นไท่ฟงมาเทียบกับเหรียญสิบ เอาไว้อ้างอิงขนาด

อันนี้เทียบราคาแล้ว ของเราแพงกว่าที่ไต้หวันนะ ลองเอารีวิวพันทิปไปดูได้ ของเราหกเม็ด 145 บาท ของเขาหกเม็ด NT$114 (ค่าเงินไล่เลี่ยกัน 1:1 เลยช่วงนี้) แถมราคาของเรายังต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าบริการอีก 10% (ภาษาบ้านๆเรียก 145++) ส่วนของเขามีแค่ค่าบริการ 10% (ซักพักคงมีคนเรียก เสี่ยวหลงเปาอำมาตย์สินะ หรือจะเป็นเสี่ยวหลงเปาขันทีดี? lol) อย่างอื่นที่สั่งมา (เพราะกินแค่อิเสี่ยวหลงเปานี่ไม่อิ่มแน่นอน) ก็มี...

ข้าวผัดดิ่นไท่ฟงพร้อมหมูทอด อันนี้หมูทอดอร่อย นุ่มมาก ข้าวผัดก็หอมดี อร่อยๆ

ข้าวผัดดิ่นไท่ฟง ผัดสไตล์จีนเลยคือข้าวมันวับ

ไก่แช่เหล้าดิ่นไท่ฟง อันนี้มาเล็กจนน่าตกใจ แต่ก็อัดเนื้อมาแน่นดี ชิ้นใหญ่กว่ากำปั้นไม่มาก ด้านบนอร่อย แต่ต้องรีบกิน เพราะด้านล่างเค็มมาก ถ้าช้า

ซุปวุ้นเส้นกับเต้าหู้ยัดไส้ดิ่นไท่ฟง อันนี้กลิ่้นเป็นเอกลักษณ์ ซุปกลมกล่อม ส่วนวุ้นเส้นงั้นๆ

แน่นอน ต่อให้เป็นดิ่นไท่ฟง เราก็จะเล่น Davy Jones วะฮะฮ่ะฮ่า

สุดท้ายถือบิลไปจ่ายหน้าร้าน กินคนเดียว (หักชา หักเสี่ยวหลงเปาไปสามเม็ด) โดนไปเกือบเก้าร้อย โฮะ... เข่าแทบทรุด น้ำตาแทบร่วง

ต้องกินมาม่าไปอีกหลายมื้อ ;_;

เอาเป็นว่าแนะนำให้ไปเวลาอยากทานเสี่ยวหลงเปาอร่อยๆฮะ ตอนนี้คิวยาวหน่อย แต่คาดว่าอีกเดือนสองเดือน พอเขาเปิดร้านเต็มๆ (ช่วงนี้โซนด้านหน้าไม่เปิด) คงจะไม่ต้องรอเท่าไหร่   ร้านอาหารจีน ดิ่นไท่ฟง (Din Tai Fung - 鼎泰豐) ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิร์ลด์ โทร. 02-646-1282  

Read more 12 Comments

Review: Samsung Galaxy Ace/Cooper

พอดีเดือนก่อนได้ Samsung Galaxy Ace/Cooper มาลองเล่น (หลังจากไปเมาในงานเปิดตัวเขามา) ดองรีวิวไว้นานไปนิด แต่ก็ถ่ายรูปมาได้เพียบเลย (เอาไปชนกับ iPhone4 กับ Samsung Nexus S ด้วยนะ)

ดู Gallery ของ Samsung Galaxy Ace/Cooper ปะทะ iPhone4 ปะทะ Samsung Nexus S เต็มๆได้ที่ Flickr เลยเน้อ

สเป็คเต็มๆไปดูได้ที่ GSMArena เลยนะ ข้อดี: Android 2.2 แล้ว! โดยทั่วไปเข้ากับ TouchWiz ได้ดี แล้วก็ค่อนข้างลื่น จอมีขนาดใหญ่ พร้อม Multitouch 2 จุด ตอบสนองและแม่นยำดี Swype มีภาษาไทย เลิศมาก พอร์ต USB มีฝาเลื่อนปิด กันฝุ่น ดูไม่ก่อกแก่ก พอร์ต USB และรูเสียบหูฟัง อยู่บนหัวเครื่อง ตำแหน่งสะดวกดี ขนาดเท่าๆ iPhone 4 (Ace หนากว่านิดนึง) พกพาสะดวก ฝาหลังดีไซน์เรียบ แต่มีเท็กซ์เจอร์สากๆ กันลื่น แบตทน/เครื่องไม่กินไฟ เปิดใช้มาสองสามวันโดยไม่ต้องชาร์จก็ยังเหลือเกินครึ่ง (Nexus S นี่แบต 1500 mAh แต่ไปไวกว่านะ จอแม่งกินไฟ ไอ้นี่ 1350 mAh แต่อยู่ได้นานกว่า) ไม่มีปัญหาจับ GPS ช้าแบบ Galaxy S กล้อง 5 ล้าน พร้อม Face/Smile detection ถ่ายมาโครได้ แถมมีแฟลชที่แรงใช้ได้ ใส่ MicroSD เพิ่มได้ ช่องเสียบอยู่ด้านข้าง เปลี่ยนง่าย (ถ้ามีเล็บ) สั่นแรงมาก แรงมากมาก HSDPA 900/2100 ใช้ 3G ของ TOT กับ AIS ได้ สเป็คนี่บอกว่ามีถึง 802.11n (แต่ยังไม่ได้ลองนะ) ข้อเสีย: ไม่มีกล้องหน้าหรือเซ็นเซอร์แสง (มีก็แย่แล้ว) ไม่มีปุ่มชัตเตอร์กล้อง กล้องถ่ายในที่แสงน้อย ถ้าไม่เปิดแฟลช ไม่รอด ความจำในเครื่อง 150 MB น้อยไปมากๆ Interface ในบางส่วนไม่ค่อยลื่น ความละเอียดจอค่อนข้างต่ำ (320 x 480 px) ไอคอนบางโปรแกรมแตกให้เห็นเลย คุณภาพจอ ด้วยความที่เป็น TFT ห้ามเอามาวางเทียบ Super AMOLED หรือ Retina Display ไม่งั้นน้ำตาตก เวลาแกะฝาหลังต้องแงะเอา (ไม่มีเล็บ = ตาย) แล้วเวลาใส่กลับนี่มีเสียงแกร๊บๆ น่าปวดใจมาก เวลาต่อ USB เข้าคอมแล้วค่อนข้างมีปัญหา บางทีมันไฟเข้า แต่ข้อมูลไม่เข้า เป็น Froyo แต่ไม่มี Flash คาดว่าสเป็คไม่ถึง ถ่ายวิดีโอได้แค่ QVGA @ 15fps ง่อยมาก สรุป: ลืม Samsung Spica ไปซะ เพราะว่าไอ้นี่ไม่เคยค้างหรืองอแงใส่ เล่น Angry Birds, Fruit Ninja พอได้ (กระตุกเป็นครั้งคราว) ถ้าราคาไม่เกิน 8500 ถือว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมาก ดีไซน์ออกมาจะเป็น iPhone 4 อยู่แล้ว แต่ถูกกว่าเกินครึ่ง! ยิ่งถ้าเป็นคนที่ไม่เรื่องมาก เอามาใช้งานธรรมดาทั่วไป ถือว่าเหมาะมาก สำหรับใครอยากอ่านรีวิว Samsung Galaxy Ace/Cooper ยาวๆอีก แนะนำของ markpeak

Razer Ferox

เย้ ได้จับลำโพงพกพาตัวดังแล้ว Razer Ferox หลังจากที่ค่ายนี้ทำหูฟังมาได้ซักพักแล้ว (ธุรกิจ/จุดเด่นหลักของ Razer คือเมาส์และคีย์บอร์ดสำหรับเล่นเกมหนักๆ หลังๆมีแผ่นรองเมาส์ด้วยนะเออ) Razer Ferox ตัวนี้ยืมพี่ม่อนมาเล่น ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้

Razer Ferox แถมกระเป๋าใส่สวยงาม

อันซ้ายเปิดอยู่ อันขวาปิดอยู่ เปิดด้วยการกดตรงหัวมัน แล้วมันจะวื้ดๆขึ้นมา

เสียบตัวลำโพงด้วยหัว USB มีด้านบอกซ้ายขวาไว้ แต่เวลาเสียบแล้วมันจะบังตัวหนังสือมิดเลย

สองฝั่งของสายที่ให้มา สายต่อเฉพาะตัวมากๆ ฝั่งหนึ่งมี USB มาตรฐาน กับ 3.5 มม. มาตรฐาน อีกฝั่งมี mini-USB สองหัว เขียนบอกด้านซ้าย-ขวาไว้ หายแล้วคงต้องหาซื้อใหม่จากศูนย์

ถ้าต่อ USB กับ 3.5mm พร้อมกัน จะมีเสียงซ่าๆ ออกมา แนะนำให้ต่อแค่อย่างใดอย่างหนึ่ง

ด้านหลัง ประกัน ARL ซึ่งเคลมไม่ยากนะ

ถ้าเวลาเสียบเล่นแล้วใส่กระเป๋า ต้องท่าประมาณนี้

ข้อดี: ขนาดน่ารัก พร้อมกระเป๋าใส่สวยงาม ดีไซน์สวย มีไฟบอกสถานะแบบง่ายๆ (สีฟ้าค้างคือทำงานปกติ สีฟ้ากระพริบคือชาร์จ สีแดงคือแบตจะหมด สายต่อดูคงทน ไม่น่าจะขาดในในเร็ววัน วีธีเปิดปิดด้วยการกดด้านบน แล้วหัวมันจะโผล่ออกมา มันเท่มาก เสียงดังได้พอสมควร (ก่อนที่จะฟังดูแตกๆ) ถ่านชาร์จ 470 mAh น่าจะอยู่ได้นานพอควร ข้อเสีย: สายหายหรือพังเมื่อไหร่เป็นอันจบ มันเฉพาะตัวมาก ไม่สามารถเล่นเสียงผ่าน USB ได้ เอาไว้ชาร์จไฟอย่างเดียว เล่นเสียงต้องเสียบผ่าน 3.5 มม.เท่านั้น เบสออกไม่เยอะเท่าไหร่ อุตส่าห์โฆษนาเสียดิบดี ไม่มีที่ปรับเสียง ต้องปรับจากเครื่องเล่นเท่านั้น ชาร์จไปเล่นไปไม่ได้ จะมีเสียงซ่าๆออกมา   สรุป: Razer Ferox ชื่อเท่ ดีไซน์เก๋ คุ้มราคา เหมาะสำหรับซื้อมาฟังเพลงขำๆ (แนะนำเพลงไทยสากล เพราะเบสเบา) หรือต่อเล่นพวกเกม (โดยเฉพาะเกมมือถือ) เวลาไปเที่ยวต่างจังหวัดอะไรอย่างงี้นี่ใช่เลย เอามานั่งฟังกันข้างทะเลอะไรกันประมาณนั้น แต่ผมคงจะรอรุ่นหน้าให้มันแก้บั๊กก่อน Razer Ferox สนนราคาที่ 2,290 บาท มีขายตามร้านที่มีปัญญาหามาขายทั่วไป

Read more 3 Comments

Review – Singularity

Singularity เป็นเกมที่โฆษนาว่าผู้เล่นจะย้ายไปมาระหว่างเวลาแล้วความแตกต่างในอดีตจะมีผลต่อปัจจุบันด้วย เอาจริงๆแล้วใช้เป็นเครื่องมือในการดำเนินเรื่องมากกว่า เพราะมีให้ใช้แบบค่อนข้างบีบบังคับ

[เรื่อง 3/5] - เนื้อเรื่องของ Singularity เราเล่นเป็นทหารอเมริกันในปี 2010 ไปบุกเกาะร้างนอกชายฝั่งแอตแลนติกที่พวกโซเวียตใช้เป็นศูนย์วิจัยธาตุ "E99" แล้วเกิดอุบัติเหตุจนต้องละทิ้งเกาะไปในปี 1955 แล้วคนที่เหลืออยู่บนเกาะก็ได้รับผลข้างเคียง กลายเป็นสัตว์ประหลาดโซเวียตหน้าตาน่าเกลียดน่ากลัว แล้วคุณพระเอกก็ไปได้พลังพิเศษสามารถเสกสิ่งของและสิ่งมีชีวิตในเกมให้เก่างั่กหรือจะใหม่เอี่ยมได้ (อะไรเทือกนั้น) เนื้อเรื่องตอนเริ่มของ Singularity เริ่มตอนที่เราเผลอตกหลุมเวลาไปโผล่ในปี 1955 แล้วไปช่วยลุงหนวดชาวโซเวียตคนนึงไว้ แล้วเราก็ย้อนกลับมายุคปัจจุบัน กลายเป็นว่าอีตาลุงนั่นกลายเป็นโคตรฮีโร่ของโซเวียต แล้วก็ทำการยึดครองโลก กลายเป็นผู้นำโลก (ขนาดรูปปั้นสตาลินยังกลายเป็นรูปปั้นลุงหนวดคนนั้นเลย) คุณพระเอกแสนดีก็เลยต้องหาทางกลับไปแก้อดีตให้ได้ ใน Singularity มีนางเอกที่ไม่ค่อยมีบทด้วย (หายไปตอนกลางๆเกม แล้วก็แว้บๆมาอีก) แต่หน้าตาเฉี่ยวดี พอให้อภัยได้ ส่วนตัวละครอื่นๆก็มีไม่ค่อยมาก แล้วก็ไม่ค่อยน่าจดจำนักเท่าไหร่ด้วย ตัวเกมยาวประมาณ 4-5 ชั่วโมงก็เล่นจบ ไม่ยากมาก มีบอสประมาณ 3-4 ตัว แต่ไม่มีบอสใหญ่ แล้วก็มีฉากจบให้เลือกชมสามแบบ (เท่าที่นั่งเลือกมานะ) ถ้าลองเปลี่ยนคำว่า "สัตว์ประหลาดโซเวียต" เป็น "ผีนาซี" แล้วก็ "พลังมิติลี้ลับ" เป็น "พลังกาลเวลา" แล้วก็ "เกาะโซเวียต" เป็น "เมืองเยอรมัน" นี่ก็กลายเป็นเกม Wolfenstein ภาคล่าสุดเลย อ้อ ผู้พัฒนาเดียวกันด้วยนะจ๊ะ พระเอกเป็นทหารอเมริกันได้พลังเทพมาเหมือนกัน บรรยากาศในเกมก็คล้ายๆกัน แหมๆ [ภาพ 3.5/5] - เกม Singularity ใช้ Unreal Engine 3 แบบเดิมๆ ลื่นดี พวกบรรยากาศและเท็กซ์เจอร์นี่แทบจะเอามาจาก Wolfenstein เลยทีเดียว (แต่อันนั้นใช้ id Tech 4 ที่เป็นคู่แข่ง Unreal Engine 3) แสงสีสวยงามตระการตา [เสียง 3/5] - เสียงพากย์ใน Singularity ถือว่าดีได้มาตรฐาน เสียตรงที่เพลงประกอบเฉยๆมาก แล้วก็แอบมีช็อตที่หลอกให้เราเร่งลำโพงดังๆ แล้วมีศพโผล่ควับออกมา พร้อมเสียงตกใจมาตรฐานหนังผีตกใจ (ความจริงเป็นบั๊กนะ ที่เสียงมันเงียบ ต้องออกมาปรับใน Windows Mixer) [ระบบ 4.5/5] - ถึงระบบกาลเวลาใน Singularity จะแอบน่าผิดหวังนิดหน่อย (เทียบกับตอนที่เขาโฆษนาเสียดิบดีน่ะนะ) แต่ระบบอื่นๆในเกมทำออกมาได้ค่อนข้างดี ทั้งระบบอาวุธปืน (ยึงเลือดสาด ชิ้นส่วนกระจาย) แล้วอาวุธพิเศษ (เปลี่ยนอายุสิ่งของ ย้ายของ ระเบิดพลัง เอ่อ... ทำให้เวลาช้าลง ฯลฯ) ก็เทพดี แล้วก็ตัวเกมนี้แทบไม่ต้องใช้บทสรุปยกเว้นตอนที่ต้องมาแก้ไขปริศนา (ยกกล่อง กระโดดขึ้นกล่อง กดสวิทช์ บลา บลา) เพราะเกมนี้มีระบบกดพลังดูรอยเท้าได้ว่าต้องวิ่งไปทางไหนต่อ -_- อ้อใช่ แล้วก็ Singularity มีปืนสุดยอดด้วย แบบว่ายิงออกไปแล้วคุมวิถิกระสุนได้!!! [รวม 3.5/5] - ถือว่าสนุกดี เล่นขำๆฆ่าเวลาตอนรอ Half Life 2: Episode Three ถ้าใครชอบเล่น Wolfenstein แล้วก็คงจะชอบ Singularity พอสมควรเลยล่ะ โหลดมาวันเดียว เล่นจบ ลบทิ้ง เช่นเดิม :3 ปล. รีวิว Singularity นี้เฉพาะประสบการณ์ตอนเล่นคนเดียวเท่านั้น ไม่ได้เล่นแบบหลายคน เพราะฉะนั้นเล่นหลายคนสนุกไม่สนุกก็ไปเล่นเองนะฮะ ขอให้สนุกกับการเล่นเกมจ๊ะ

Read more 11 Comments