#barcampbangkok 5

วันเสาร์ที่ผ่านมา ร่วมกับสมาชิกลัทธิเอไจล์ เกรียนส์ เร็วส์ จัดบาร์แคมป์บางกอก 5 ที่ออฟฟิศ
รอบนี้ที่เล็ก เลยจำกัดจำนวนคนไว้ที่ 66 แล้วเปิดจริง 110 แต่มาจริงประมาณ 70-80 คน (คราวหน้าต้องชัดเจนกว่านี้ว่าอย่าสมัครมากั๊กตั๋ว)
เลยมีบั๊กเพราะพิมพ์หัวข้อของทุกคนแปะไว้ก่อน บางคนหัวข้อฮิตมาก แต่ตัวไม่ปรากฏ วืดไป คราวหน้าให้ตัวมาก่อนแล้วค่อยบังคับแปะหัวข้อ
การไม่แจกเสื้อเป็นลาภอันประเสริฐ ไม่เลี้ยงข้าวเที่ยงด้วย ประหยัดงบไปได้เยอะ
รอบนี้ใช้เงินไปจริงๆ หมื่นกลางๆ (เครื่องเขียนสองพัน เสบียงเสริมหนึ่งพัน ข้าวเย็นเก้าพัน) ถือว่าลดประเด็นการขอสปอนเซอร์ไปได้เยอะ
เหนื่อย ตื่นเช้าไม่ใช่แนวเรา แต่ก็โอเค
ไอ้แก้วกาแฟที่เดินถือไปถือมาทั้งวัน บางทีก็กาแฟ แต่ส่วนใหญ่คือเหล้า (เชื้อเพลิงผม)
อัพตาราง google docs, ปรับกล้อง ustream, ลงรูปในทวิตเตอร์ทั้งวัน แต่ก็ดี เป็นอีเวนท์ที่ดูทันสมัย (คราวหน้าจะหากล้อง hd)
ขอขอบคุณชาวคณะพี่หนุ่่ม พี่ม่อน พี่รูฟ พี่แยม ทุกคนที่พรอนโต้ โพรเทอุส โอเพ่นดรีม เรดดี้ออฟฟิศ และทุกคนที่มาแจมงาน
งานหน้าคุยกับ Hubba เอกมัยไว้แล้ว น่าจะ Q1 ปีหน้า (จัดถี่ๆ ดีกว่า)
สามห้องอาจน้อยไป สี่ห้องน่าจะดูกำลงดี แต่เกินนั้นวุ่นวาย
@symons was the early bird of this event!
คนที่มาจริงๆ ไม่บ่นเรื่องงานเล็กเท่าไหร่ ผมบอกได้เลยว่าอารมณ์นี้แหละที่ใช่บาร์แคมป์ ดิบดี
เจอกัน WordPress Dev Night วันที่ 9 พฤศจิกาจ้า

Small #barcampbangkok

เล็งไว้แล้วเรียบร้อยว่าจะต้องมีประเด็นเรื่องจำกัดคนขึ้นมาสำหรับ Barcamp Bangkok 5 ขอระธิบาย (ระบาย + อธิบาย) ดังนี้:
ที่มาที่ไป
โต้โผใหญ่งานสี่ครั้งแรกตอนนี้ย้ายไปอยู่สิงคโปร์แล้ว มอบให้คนแคนาดาหน้าใหม่มาจัดการงานครั้งที่ห้าซึ่งก็ว่าจะจัดที่ม.ศรีปทุมอีกเป็นรอบที่สาม แต่ว่าพอดีตกลงกับทางม.ศรีปทุมไม่ลงตัว แล้วน้ำก็ท่วมพอดี

ปีที่แล้วเลยไม่มี Barcamp Bangkok

แล้วก็น้ำเหนือที่ท่วมก็ได้ทำลายบ้านหัวหน้าคนจัด ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่เชียงใหม่แล้ว ผมมารู้อีกทีก็คือตอนไปเจอหน้าใน Barcamp Chiangmai ตอนกลางปีนี้ (ก็ว่าหายไปไหน)

ช่วงนี้ผมเริ่มว่างแล้วก็เลยอยากจัดอีกรอบ (โดน Barcamp Bangkhen น็อครอบด้วยแน่ะ) พอดีมีกลุ่มที่จะจัด Barcamp Krungthep อยู่ใกล้ๆ ด้วยความที่ concept เราตรงกัน เราก็เลย merge branch กัน

กลายเป็น Barcamp Bangkok กลุ่มใหม่!
แล้วทำไมไม่จัดใหญ่เหมือนเดิม?
สาเหตุใหญ่บอกได้เลยคือ "ที่มันจำกัด"

การจัดบาร์แคมป์ทุกครั้งนี่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องสถานที่ เพราะเป็นงานไม่ขายบัตร ไม่หากำไร ฉะนั้นสถานที่จะไปเช่าเอาก็คงจะลำบากเกินไป

สถานที่รอบนี้ืคือบริษัทที่ผมทำงานอยู่ที่ให้เงินสปอนเซอร์มา ให้ที่ทำเว็บมา ให้สถานที่มาฟรีๆ โดยไม่ขอว่าจะต้องปั๊มลงเสื้อหรือป้ายไวนิล ฯลฯ

สถานที่มันลงตัว มีเน็ต มีที่นั่ง มีห้อง เดินจากรถไฟฟ้าได้ แต่สถานที่มันเล็ก เลยต้องจำกัดคนที่มาได้

แล้วเมื่อจำกัดคน คนที่มาพูดก็น่าจะได้ลำดับก่อนคนที่ตั้งใจจะมาฟังอย่างเดียว

เหมือน torrent tracker ที่ให้ความสำคัญ seeder มากกว่า leecher ถ้าเกิดว่ามี capacity จำกัด

แล้วก็งานนี้จัดต่อ Barcamp Bangkhen ที่มีคนลงทะเบียนเยอะมากกกกกก ก็ไม่รู้จะจัดงานใหญ่ต่อๆกันทำไมเหมือนกัน เพราะถ้าไม่จัดตอนนี้ก็คงปีหน้าเลย (พฤศจิกาน้ำท่วม ธันวาวันหยุดเยอะ)
ที่เล็กก็หาสปอนเซอร์เพิ่มแล้วไปหาเงินไปเช่าที่ใหญ่ๆ สิ?
อันนี้บอกได้เลยว่าวุ่นวาย

เทียบจำนวนสปอนเซอร์ของงานครั้งแรกกับครั้งที่สี่ดูนะครับ

สปอนเซอร์เยอะ เรื่องเยอะ ป้ายเยอะ ขายของเยอะ

งานครั้งแรก 200 คน จัดในร้านอาหารแขกครับ

งานครั้งที่สี่ 1200+ คน ยึดตึกมหาลัยเลยครับ

งานรอบนี้ 100 คน เอามันแค่ในออฟฟิศนี่แหละครับ สปอนเซอร์มี 3-4 เจ้า
สเหน่ห์ละสเน่ห์!!!
คุณอาจบอกว่าสเน่ห์ความไม่จำกัด ความเปิดกว้างมันหายไป

แต่ผมบอกได้เลยว่าสเน่ห์ความดิบ ความสนุกของตัวงานมันหายไป

ครั้งแรกที่เอากระดาษกั้นห้องนะครับ คนพูดห้องติดกันเสียงตีกัน พูดไปพูดมาซักพักก็เถียงกัน

ครั้งที่สามนี่ผมจำได้เลยว่ามีพิธีเปิดด้วย อันนี้ผมว่าถ้าอยากได้งานแบบนี้ รอ Commart ดีกว่านะ?

เรื่องของฟรีนี่ผมไม่พูด นานาจิตตัง ผมก็ชอบของฟรี(มาก) แต่ผมก็ไม่อยากให้มาเพราะของฟรี 😛

เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นงานปิดนะ แค่จำกัดคน แล้วก็บังคับให้มีหัวข้อ แต่เราก็ไม่ได้จำกัดหัวข้อแต่อย่างใด

ถ้างานปิดก็ Foocamp นั่นแหละปิดของจริง ต้นกำเนิด Barcamp เลยนะ
อนาคตล่ะ?
เอาเป็นว่ารอบนี้ให้มันรอดก่อน คือถ้าปีนี้เว้นอีกก็คงจะกลับมาลำบากแล้ว

คิดไว้ว่าจะจัดให้บ่อยขึ้น (ซักที) แต่จัดงานสเกลพันคนปีละหลายรอบก็คงไม่ไหว (ผมอาจต้องย้ายไปทำงาน Index Creative Village ก่อน)

แล้วก็ถ้าอยากให้เป็นงานใหญ่ขึ้น ก็คงต้องรบกวนคุณมาช่วยเหลือเราแล้วล่ะ

เราไม่ได้ปิดกั้น เพราะตาม spirit ของงานคือ "ทุกคนช่วยกันจัด"

ส่วนตัวคือผมเบื่อมหาลัยแล้ว เพราะรูปแบบห้องที่เป็นเวทีข้างหน้าปะทะกับโต๊ะเลคเชอร์ มันไม่สนับสนุนให้เกิดการโต้เถียงกัน​ ซึ่งเป็นจุดหลักของ Barcamp คือให้คนมาคุยกัน เถียงกัน สร้างชุมชนแล้วก็แตกงานใหม่
ฉันว่าฉันจัดได้ดีกว่านี้
เชิญเลยครับ มาร่วมกันกับเรา หรือจะแยกไปจัดเองก็ได้ เพราะงานแนว Barcamp ใครจะจัดก็ได้ เพราะมีมาแล้วทั้ง Drupalcamp, Mashcamp, Readcamp ฯลฯ (Wordcamp ไม่นับนะ ชื่อเหมือนเฉยๆ แต่รอดูปีหน้านะ!)

เรียกผมไปช่วยด้วยก็ได้ ผมยินดีครับ 🙂

ขอบคุณที่นั่งอ่านครับ มีอะไรทวีตมาถามที่ @thanr ได้

Mobile Number Portability

ก่อนหน้านี้พกมือถืออยู่สามเครื่อง สามเบอร์ สามค่าย

เป็นอะไรที่ไม่ค่อยสะดวกชีวิต ค่าใช้จ่ายเยอะ ต้องพกที่ชาร์จเยอะ

 

ประกอบกับพอมีเวลานิดหน่อย เลยไปทำเรื่องย้ายเบอร์ซะ โดยเครือข่ายที่เป็นเหยื่อโดนยุบนั้นก็ไม่ใช่เบอร์อื่นใด TrueMove ที่คุยบนคอนโดไม่ได้โดนเก็บไปก่อนเป็นตัวเลือกแรกเลย (ตอนโทรไปถามกับ TrueMove นี่เป็นครั้งแรกที่พนักงานดูเหมือนจะสนใจเราบ้าง บอกว่าเดี๋ยวลดราคาให้งู้นงี้ น่ารักจริงๆ ปกติสนใจแต่ตอนลืมจ่ายเงิน)

ตัดสินใจได้ว่าจะย้ายไป AIS (คือเบอร์ DTAC กับ TrueMove ที่มีค่อนข้างสวย และเลขท้าย 4 ตัวเหมือนกัน แต่เบอร์ AIS ค่อนข้างอุบาทว์ ไม่เข้าพวกด้วย) แล้วก็เลิกใช้เบอร์ AIS ที่ใช้อยู่มาใช้เบอร์ที่ย้ายมาแทน

 

ขั้นตอนการทำ MNP ก็มีไม่มาก ถ้าเป็นเบอร์ที่ผูกไว้กับชื่อของตัวเองก็แค่

เคลียร์ยอดค่าใช้จ่ายกับเครือข่ายเดิม ทาง True Move บอกผมไว้ว่าถ้าอยู่ระหว่างรอบบิลจะคิดเป็นวันออกมาให้
ถือบัตรประชาชนเดินเข้าศูนย์บริการของค่ายใหม่ที่จะย้ายเข้าได้เลย เอกสารและสำเนาให้ศูนย์เป็นคนจัดการ
เรามีหน้าที่กรอกเอกสาร เลือกโปรโมชั่น แล้วก็เซ็นชื่อ
จ่ายเงิน 99 บาท รับซิมใหม่มารอเปลี่ยนหลังอนุมัติได้เลย

เขาว่ากันว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-7 วันทำการ แต่ถ้าชีวิตมันง่ายแบบนั้น มันคงไม่ใช่ชีวิตผม

ประมาณสามวันหลังจากไปทำเรื่องขอย้าย มี SMS จากทาง True Move และ AIS เข้ามาว่า "ไม่อนุมัติ ชื่อไม่ตรง"

ผมก็เลยโทรไปคุยกับ Call Center ทั้งสองฝั่งอยู่นาน สรุปว่าปัญหาคือ True Move บันทึกนามสกุลผมในฐานข้อมูลผิดไปหนึ่งสระ

ทาง AIS แจ้งว่าผมต้องเข้าไปที่ศูนย์บริการเพื่อ "ดำเนินเรื่องใหม่"

คือด้วยความที่ผมไม่ค่อยจะอยู่ใกล้เซ็นทรัลเวิร์ลเท่าไหร่ (แต่ตอนไปยื่นเรื่องดันกระแดะไปสาขานั้น)... ผมก็ขี้เกียจเข้าไปฮะ

 

สิ่งที่ผมทำต่อไปคือพฤติกรรมยอดฮิตของสลิ่มหลังยุครัฐประหารคนยุคใหม่: วีนครับ โวยใส่ทั้งสองฝ่าย ทำตัวเป็นเจ้าหนูจำไมฮะ ทำไมไม่ได้ ทำไมต้องไป ฯลฯ

 

สุดท้ายสามารถดำเนินการผ่าน Call Center ได้ครับ ปาฏิหาริย์จริงๆ

 

เมืองไทยพักหลังๆนี่ถ้าไม่วีนหรือประจานในพันทิปจะไม่ค่อยได้ผล ผู้ให้บริการส่วนใหญ่จะยังทำงานแนว reactive (ผักชี/ล้อมคอก) มากกว่า proactive (ต้นลม) จริงๆ

 

และแล้วสองสามวันต่อมา ผมก็ได้ SMS อีก "ไม่อนุมัติ มียอดค้างจ่าย" ...

คือมันมัวแต่รอไปรอมา มันเลยเกินรอบเดือน เลยไม่ได้คิดรายวันให้

 

หลังจากเคลียร์กับ True Move แล้ว ก็มาเจอกับประโยคเดิมกับ AIS ครับ... ผมต้องเข้าไปที่ศูนย์บริการเพื่อ "ดำเนินเรื่องใหม่"

ผมก็ตอบกลับด้วยพฤติกรรมเดิมครับ วีนใส่อีกรอบ

แล้วก็สามารถยื่นเรื่องผ่าน Call Center ได้อีกรอบ ปาฏิหาริย์จริงๆ (ถ้าผมไปวีนใส่กองสลากนี่คงได้รางวัลใหญ่พิเศษเลยสินะ?)

 

สุดท้ายรออีกสองสามวันต่อมา ไม่มี SMS แจ้งแล้วครับ แค่ซิม True Move ผมมันปิดไปดื้อๆ แล้วพอเสียบซิม AIS ก็ใช้งานได้เลย

ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงยุบเบอร์ AIS เก่าทิ้งอยู่ กะว่าเดือนสองเดือนคงจะได้พกเหลือแค่สองเบอร์แล้ว 🙂

แล้วก็เข้าใจแล้วว่า ทุกครั้งที่บอกให้ดำเนินเรื่องเนี่ย เหมือนเขาจะเปิดเคสใหม่ที่เคลียรริ่งเฮาส์ เพราะมีใบเสร็จ 99 บาทมาให้จาก AIS อีกสองฉบับ แต่ไม่ต้องไปจ่ายเงินใหม่ (ตอนแรกก็จะโทรไปวีนถามแล้ว แต่เหมือนจะไม่มีอะไร เลยปล่อยๆไปก่อน)

 

----

ลิงก์สำหรับคนอยากย้าย:

ย้ายเบอร์เข้า AIS
ย้ายเบอร์เข้า DTAC
ย้ายเบอร์เข้า TrueMove

---

บทเรียนอย่างแรกที่ได้จากการทำ MNP รอบนี้คือ หลังจากนี้ ผมจะยื่นสำเนาบัตรประชาชนแบบนี้ให้ฮะ:

ถ้ายังพิมพ์ผิดนี่ผมต้องเอาตีนถีบยอดหน้าพนักงานกรอกข้อมูลคงไว้ใจใช้บริการไม่ได้แล้ว

...

บทเรียนอย่างหลังคือ ถ้าเกิดบางทีผู้ให้บริการบอกให้ทำอะไรที่มันดูไม่เข้าท่าขึ้นมา

ลองวีนใส่ครับ

ได้ผลชะงักชะงันเกือบทุกครั้งไป

ปล. อย่าวีนเยอะเกินนะฮะ สงสารพนักงานตาดำๆอยู่เหมือนกัน แค่ทำแต่พองามก็พอ