Small #barcampbangkok

เล็งไว้แล้วเรียบร้อยว่าจะต้องมีประเด็นเรื่องจำกัดคนขึ้นมาสำหรับ Barcamp Bangkok 5 ขอระธิบาย (ระบาย + อธิบาย) ดังนี้:

ที่มาที่ไป

โต้โผใหญ่งานสี่ครั้งแรกตอนนี้ย้ายไปอยู่สิงคโปร์แล้ว มอบให้คนแคนาดาหน้าใหม่มาจัดการงานครั้งที่ห้าซึ่งก็ว่าจะจัดที่ม.ศรีปทุมอีกเป็นรอบที่สาม แต่ว่าพอดีตกลงกับทางม.ศรีปทุมไม่ลงตัว แล้วน้ำก็ท่วมพอดี

ปีที่แล้วเลยไม่มี Barcamp Bangkok

แล้วก็น้ำเหนือที่ท่วมก็ได้ทำลายบ้านหัวหน้าคนจัด ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่เชียงใหม่แล้ว ผมมารู้อีกทีก็คือตอนไปเจอหน้าใน Barcamp Chiangmai ตอนกลางปีนี้ (ก็ว่าหายไปไหน)

ช่วงนี้ผมเริ่มว่างแล้วก็เลยอยากจัดอีกรอบ (โดน Barcamp Bangkhen น็อครอบด้วยแน่ะ) พอดีมีกลุ่มที่จะจัด Barcamp Krungthep อยู่ใกล้ๆ ด้วยความที่ concept เราตรงกัน เราก็เลย merge branch กัน

กลายเป็น Barcamp Bangkok กลุ่มใหม่!

แล้วทำไมไม่จัดใหญ่เหมือนเดิม?

สาเหตุใหญ่บอกได้เลยคือ "ที่มันจำกัด"

การจัดบาร์แคมป์ทุกครั้งนี่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องสถานที่ เพราะเป็นงานไม่ขายบัตร ไม่หากำไร ฉะนั้นสถานที่จะไปเช่าเอาก็คงจะลำบากเกินไป

สถานที่รอบนี้ืคือบริษัทที่ผมทำงานอยู่ที่ให้เงินสปอนเซอร์มา ให้ที่ทำเว็บมา ให้สถานที่มาฟรีๆ โดยไม่ขอว่าจะต้องปั๊มลงเสื้อหรือป้ายไวนิล ฯลฯ

สถานที่มันลงตัว มีเน็ต มีที่นั่ง มีห้อง เดินจากรถไฟฟ้าได้ แต่สถานที่มันเล็ก เลยต้องจำกัดคนที่มาได้

แล้วเมื่อจำกัดคน คนที่มาพูดก็น่าจะได้ลำดับก่อนคนที่ตั้งใจจะมาฟังอย่างเดียว

เหมือน torrent tracker ที่ให้ความสำคัญ seeder มากกว่า leecher ถ้าเกิดว่ามี capacity จำกัด

แล้วก็งานนี้จัดต่อ Barcamp Bangkhen ที่มีคนลงทะเบียนเยอะมากกกกกก ก็ไม่รู้จะจัดงานใหญ่ต่อๆกันทำไมเหมือนกัน เพราะถ้าไม่จัดตอนนี้ก็คงปีหน้าเลย (พฤศจิกาน้ำท่วม ธันวาวันหยุดเยอะ)

ที่เล็กก็หาสปอนเซอร์เพิ่มแล้วไปหาเงินไปเช่าที่ใหญ่ๆ สิ?

อันนี้บอกได้เลยว่าวุ่นวาย

เทียบจำนวนสปอนเซอร์ของงานครั้งแรกกับครั้งที่สี่ดูนะครับ

สปอนเซอร์เยอะ เรื่องเยอะ ป้ายเยอะ ขายของเยอะ

งานครั้งแรก 200 คน จัดในร้านอาหารแขกครับ

งานครั้งที่สี่ 1200+ คน ยึดตึกมหาลัยเลยครับ

งานรอบนี้ 100 คน เอามันแค่ในออฟฟิศนี่แหละครับ สปอนเซอร์มี 3-4 เจ้า

สเหน่ห์ละสเน่ห์!!!

คุณอาจบอกว่าสเน่ห์ความไม่จำกัด ความเปิดกว้างมันหายไป

แต่ผมบอกได้เลยว่าสเน่ห์ความดิบ ความสนุกของตัวงานมันหายไป

ครั้งแรกที่เอากระดาษกั้นห้องนะครับ คนพูดห้องติดกันเสียงตีกัน พูดไปพูดมาซักพักก็เถียงกัน

ครั้งที่สามนี่ผมจำได้เลยว่ามีพิธีเปิดด้วย อันนี้ผมว่าถ้าอยากได้งานแบบนี้ รอ Commart ดีกว่านะ?

เรื่องของฟรีนี่ผมไม่พูด นานาจิตตัง ผมก็ชอบของฟรี(มาก) แต่ผมก็ไม่อยากให้มาเพราะของฟรี 😛

เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นงานปิดนะ แค่จำกัดคน แล้วก็บังคับให้มีหัวข้อ แต่เราก็ไม่ได้จำกัดหัวข้อแต่อย่างใด

ถ้างานปิดก็ Foocamp นั่นแหละปิดของจริง ต้นกำเนิด Barcamp เลยนะ

อนาคตล่ะ?

เอาเป็นว่ารอบนี้ให้มันรอดก่อน คือถ้าปีนี้เว้นอีกก็คงจะกลับมาลำบากแล้ว

คิดไว้ว่าจะจัดให้บ่อยขึ้น (ซักที) แต่จัดงานสเกลพันคนปีละหลายรอบก็คงไม่ไหว (ผมอาจต้องย้ายไปทำงาน Index Creative Village ก่อน)

แล้วก็ถ้าอยากให้เป็นงานใหญ่ขึ้น ก็คงต้องรบกวนคุณมาช่วยเหลือเราแล้วล่ะ

เราไม่ได้ปิดกั้น เพราะตาม spirit ของงานคือ "ทุกคนช่วยกันจัด"

ส่วนตัวคือผมเบื่อมหาลัยแล้ว เพราะรูปแบบห้องที่เป็นเวทีข้างหน้าปะทะกับโต๊ะเลคเชอร์ มันไม่สนับสนุนให้เกิดการโต้เถียงกัน​ ซึ่งเป็นจุดหลักของ Barcamp คือให้คนมาคุยกัน เถียงกัน สร้างชุมชนแล้วก็แตกงานใหม่

ฉันว่าฉันจัดได้ดีกว่านี้

เชิญเลยครับ มาร่วมกันกับเรา หรือจะแยกไปจัดเองก็ได้ เพราะงานแนว Barcamp ใครจะจัดก็ได้ เพราะมีมาแล้วทั้ง Drupalcamp, Mashcamp, Readcamp ฯลฯ (Wordcamp ไม่นับนะ ชื่อเหมือนเฉยๆ แต่รอดูปีหน้านะ!)

เรียกผมไปช่วยด้วยก็ได้ ผมยินดีครับ 🙂

ขอบคุณที่นั่งอ่านครับ มีอะไรทวีตมาถามที่ @thanr ได้


Leave a comment!

All fields marked with an asterisk* are required.