Fri 6 Jun 08
3 am

Paris Guide – Metro tickets (photos!)

พอดีช่วงนี้พอมีเวลาว่าง เลยถ่ายรูปตั๋วประเภทต่างๆ เท่าที่จะมีมาแปะไว้ให้ดูเล่นกัน เผื่อเวลาไปจะได้ไม่งง(มาก)

อันแรกเป็นตั๋ว RER ธรรมดา เวลาซื้อให้ไปซื้อสถานีที่มันใกล้ที่หมายที่เราจะไปที่สุด เพราะมันคิดเงินตามสถานี (อันนี้ไปซื้อเกือบปลาย Zone 2 ราคาลดจาก 7 ยูโร เหลือ 2.90 ยูโร)

RER Ticket ตั๋วรถด่วน

อันต่อมาเป็นตั๋ว t+ ใช้กันทั่วไป ราคาประมาณ 1.50 ยูโร ซื้อทีเดียวสิบใบเป็น Carnet จะถูกกว่าหน่อย

t+ Ticket ตั๋วทั่วไป ใช้ได้คร�บจักรวาล
(more…)

Sun 4 May 08
12 am

Paris Safety

Filed under: Guides
Tags: ,

ปารีสถือได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองที่ปลอดภัยที่สุดในโลก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเราจะปลอดภัยเสมอไป ด้วยความที่ปารีสเป็นเมืองที่มั่งคั่งและมีนักท่องเที่ยวเยอะ พวกมิจฉาชีพก็จะยึดเมืองนี้เป็นแหล่งหากิน ไม่ต่างจากกรุงเทพฯมาก
นักท่องเที่ยวที่เกิดเหตุส่วนใหญ่จะโดนล้วงกระเป๋า (บ่อย) หรือไม่ก็ กระชากกระเป๋า (โอกาสน้อย) แต่การขโมยที่นี่จะมีแทคติกมากมาย ไม่ว่าจะเดินเข้ามาชนแล้วเอามือล้วง (เบสิคที่สุด ทำงานคนเดียว) หรือจะเข้ามาประกบสองคนแล้วให้คนที่สามแย่งกระเป๋าไป (มาเป็นหมู่คณะ ทำงานเป็นทีม)
การป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อที่น่าจะง่ายที่สุด คือ ไม่ทำตัวให้เป็นเป้าหมาย ซึ่งเป้าหมายในที่นี้คือนักท่องเที่ยว จากการสังเกตของผม สิ่งที่จะทำให้ตัวคุณดูเหมือนนักท่องเที่ยวมีหลายอย่าง (คิดเอาเอง ฮ่าๆ) เวลาเดินในเขตที่คนพลุกพล่าน (เช่น Montmartre) หรือในรถไฟขบวนแน่น (รถปลากระป๋อง) ควรระวังกระเป๋าไว้ให้ดี ถ้าเกิดเราระวัง มันก็ไม่หายไปไหนหรอก เขตที่ควรระวังก็คือเขตเป็นพิเศษคือ Les Halles, Saint Denis แล้วก็ Metro สาย 2 และ 13 ตอนกลางคืน
พยายามอย่าไปไหนคนเดียว ควรไปกันเป็นกลุ่ม และพยายามเดินอยู่ในที่สว่างๆ อยู่ในถิ่นที่คนเยอะๆ (แต่ไม่ใช่แน่นๆ)
ระวังกลุ่มคนพวกแขกขาว (กลุ่มนี้ต้องระวังเป็นพิเศษ) ลาติน (ส่วนใหญ่จะมาเป็นทีม) ให้ดูการแต่งตัวไว้ ถ้าเกิดแต่งตัวมอมแมม หนวดเครารุงรัง ก็ให้รักษาระยะห่างพอสมควร

เราควรกระจายเงินของเราไว้ตามที่ต่างๆ อย่างน้อยถ้าเกิดมันหาย ก็หายไม่หมด (แต่อย่าทำหายซะเองล่ะ) ใส่เงินไว้ในกระเป๋าสตางค์ที่เราจะพกแล้วหยิบออกมาบ่อยๆ ให้น้อยพอประมาณ (ไม่เกิน 20-50 ยูโร) เพราะกระเป๋าสตางค์มีโอกาสโดนล้วงสูงที่สุด (ก็มันล้วงง่ายสุด แถมเป็นสิ่งที่ทุกคนมี) พยายามอย่าพกบัตรไปมากมาย (ยังไงถือเงินสดก็คุ้มกว่า) กระเป๋าสตางค์อย่าเก็บไว้ด้านหลัง มันล้วงง่ายเกินเหตุ ให้ใส่ไว้กระเป๋ากางเกงข้างหน้า (ซ้าย ขวา แล้วแต่ถนัด) หรือจะใส่ไว้ในกระเป๋าในแจคเก็ตด้านใน (กระเป๋านอกส่วนใหญ่จะตื้น ไม่แนะนำ) หรือไม่ก็กระเป๋าเสื้อ (แต่มันจะดูดีเหรอ)
กระเป๋าที่ห้ามเอามาใช้เด็ดขาด คือกระเป๋าคาดด้านหน้าแบบทัวร์จีน ฮ่องกง เพราะดูยังไงก็เหมือนนักท่องเที่ยว (แถมยังทำให้เรากลายเป็นทัวร์จีนไปในทันทีทันใด) กระชากง่าย เป็นเป้าหมายมาก (ฟันธง โดนแน่ๆ ไม่ต้องถามเลย)
กระเป๋าซ่อนคือกระเป๋าที่เราควรจะใช้เก็บเงินหลักๆ แล้วก็พาสปอร์ต ตั๋วเครื่องบิน แล้วก็เอกสารสำคัญอื่นๆ ส่วนใหญ่กระเป๋าซ่อนที่แนะนำให้ใช้กันคือแบบที่เหน็บไว้กับขา แบบห้อยคอ แล้วก็แบบที่เหน็บไว้ในกางเกง (ร้อยห่วงเข็มขัดแล้วตบเข้าไปในกางเกง) แต่ว่าแบบเหน็บไว้กับขาก็ไม่ค่อยดีเพราะหล่นง่าย แล้วก็แบบห้อยคอนี่กระชากจากข้างหลังง่าย ส่วนแบบที่เหน็บไว้ในกางเกงน่าจะเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ก็หยิบยาก แล้วจะให้ใช้แบบไหนละเนี่ย…
แบบที่น่าจะดีที่สุดคือ กระเป๋าซ่อนทรงทัวร์จีน (อ่าว แล้วกันสิ) แต่จะบางกว่า แล้วสามารถซ่อนไว้ในกางเกงได้ เป็นกระเป๋าของ Samsonite ขายอยู่ตามห้าง สนนราคาที่ 750 บาท (ที่นี่ก็มี แต่ 850 อัพ) เป็นกระเป๋ารูดซิป มีสองช่อง เป็นสายคาดเอวแบบยาดยืด ปรับความยาวได้ มันสามารถถอดสายคาดเอวออก แล้วเอากระเป๋าประกบกัน กลายเป็นกระเป๋าสตางค์สามส่วน ได้ (โอ้วพระเจ้าจ๊อด มันยอดมาก)
ถึงจะมีกระเป๋าซ่อนแล้วก็อย่าอุ่นใจมาก ถึงจะเป็นกระเป๋าซ่อน แต่ถ้าเราเกิดหยิบขึ้นมาโชว์ในที่สาธารณะ มันก็ไม่ใช้กระเป๋าซ่อนแล้ว ในสายตามิจฉาชีพ มันก็เป็นแค่กระเป๋าที่หยิบยากขึ้น (เพราะรู้ที่ซ่อนแล้ว) แนะนำให้ใช้วิธีเสกเงินในห้องน้ำ (เข้าห้องน้ำ แล้วหยิบเงินเอา อย่าลืมเก็บให้มิดชิด) เคยมีกรณีเพื่อนผมเหน็บเงินไว้ในถุงเท้า แล้วดันหยิบมาจ่าย ซักพักจับดูอีกที หายหมดแล้ว

Fri 2 May 08
11 am

Paris Transportation [ใช้ยังไงไม่หลง]

Filed under: Guides
Tags: , ,

ระบบขนส่งมวลชนของปารีสได้ชื่อว่าดีเป็นอันดับต้นๆของยุโรป ขสมก.ของที่นี่เรียกว่า RATP (http://www.ratp.fr) ทั้งระบบรถไฟและรถเมล์ใช้ตั๋วร่วมกันได้ รถไฟในปารีสมี 3 ประเภทคือ รถใต้ดิน (Metro) 14 สาย, รถด่วน (RER: Reseau Express Regional อ่านว่าแอค์เออแอค์) 5 สาย และรถราง (Tram) 3 สาย ซึ่งจะเชื่อมต่อกันทั้งหมด สถานีรถไฟที่นี่มีนับร้อย พกแผนที่ Metro/Bus ติดตัวไว้ด้วย ขอได้ที่ช่อง Information สีส้มๆเกือบทุกสถานี มีทุกไซส์ตั้งแต่พกใส่กระเป๋าสตางค์ ยันแผ่นพับใบยักษ์ คนที่นี่ก็พกกันหลง ขนส่งมวลชนที่นี่เป็นวิธีเดินทางที่ง่ายที่สุด ต่อให้เราเดินหลงในเมือง ยังไงก็จะเจอสถานีรถไฟ อยู่ใกล้ๆเสมอ ที่สำคัญคือต้องดูป้ายให้ออก วิธีการดูป้าย ให้ดูปลายทางสถานีที่เราจะไปแล้วก็เดินตามป้ายไป (ง่ายแค่นี้เอง) ป้ายทางออกของที่นี่จะเขียนว่า Sortie และจะมีชื่อถนนตรงทางออกกำกับไว้ (เหมือนเมืองไทยเลย) และถ้าเกิดมีสถานที่ท่องเที่ยวหรือห้างสรรพสินค้า จะเขียนกำกับไว้ในแถบสีเหลือง เวลาจะขึ้นรถหรือลงจากรถในบางสาย เราจะต้องกดปุ่มหรือดึงคันโยกให้ประตูเปิด ประตูจะล็อกเวลารถไฟกำลังวิ่ง และจะปลดล็อกตอนก่อนจะจอด เวลาจะลงจากรถเมล์ก็ต้องกดปุ่มสีแดง (มีเต็มรถไปหมด) ก่อนถึงป้ายที่จะลง ไม่งั้นบางทีมันไม่จอดให้

ตั๋วขนส่งมวลชนที่นี่มีหลายชนิดมาก แต่สามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆคือ ตั๋วแบบแถบแม่เหล็ก และตั๋วสมาร์ทการ์ด ในตารางด้านข้างจะเป็นราคาของตั๋วแบบแถบแม่เหล็ก สามารถซื้อได้จากช่องขายตั๋ว (Vente) และเครื่องขายตั๋วอัตโนมัติ ซึ่งส่วนใหญ่จะรับแต่เหรียญและบัตรเครดิตที่มีชิป แต่บางเครื่องก็รับธนบัตรเช่นกัน

ประเภทตั๋ว

ราคา (ยูโร)

ตั๋วเที่ยวเดียว
t+ ticket

1.40

ตั๋วเที่ยวเดียว (10 ใบ)
t+ ticket carnet

10.90

ตั๋ววัน (ไม่จำกัดเที่ยว)
Daily Mobilis

5.50

ตั๋วแบบท่องเที่ยว
Paris Visite

8.50 (1 วัน)

13.95 (2 วัน)
18.60 (
3 วัน)

27.20 (5 วัน)

ตั๋วรายสัปดาห์
Carte Orange (Séminaire)

16.00

ตั๋วเดือน
Carte Orange (Mois)

53.50

สังเกตได้ว่าตั๋วแบบท่องเที่ยวจะราคาจะสูงกว่าชาวบ้าน เป็นเพราะตั๋วชนิดนี้ทำมาสำหรับ(หลอก)นักท่องเที่ยว สามารถใช้เป็นส่วนลดได้ตามสถานที่ท่องเที่ยวและพิพิฒพันฑ์บางแห่ง ซึ่งยังไงก็ไม่คุ้ม ไม่แนะนำให้ซื้อ ซื้อตั๋ววันหรือตั๋วรายสัปดาห์ใช้จะคุ้มกว่ามาก

ส่วนตั๋ว Carte Orange (อ่านว่าคาด ออคฮ้อง) จะเลิกใช้ภายในปี 2008 แต่ก็ยังมีขายอยู่ บัตรนี้จะมีสองส่วนคือ ส่วนที่เป็นตั๋ว และส่วนที่เป็นบัตรติดรูป ตั๋วชนิดนี้ทำมาสำหรับประชาชนคนฝรั่งเศสทั่วไป (ราคาย่อมเยา) แต่เราเป็นนักท่องเที่ยวก็ซื้อได้ ทำไมล่ะ ฮ่าๆ (เข้าใจความรู้สึกฝรั่งเวลามาโดนของแพงที่เมืองไทย) ซื้อมาแล้วก็จัดการติดรูป (1 นิ้วจะพอดีเด๊ะ) เขียนนามสกุลในช่อง Nom และชื่อจริงในช่อง Prenom จัดการเขียนที่อยู่ (ถ้าอยู่โรงแรม ก็ที่อยู่โรงแรม) แล้วก็เซ็นชื่อให้เหมือนในพาสปอร์ต แปะพลาสติกที่มันให้มา แค่นี้ก็เรียบร้อย (บางทีเขาจะให้ซองสีเทาๆมาใส่ ก็ดีเหมือนกัน แต่จะเก็บใส่กระเป๋าสตางค์ก็สะดวกพอกัน)

ตั๋วแบบแถบแม่เหล็ก เวลาใช้ขึ้นรถไฟ ก็แค่สอดในเครื่องแล้วก็รับบัตร (เหมือน BTS แบบเก่า) เปิดประตู (บางสถานีต้องเปิดเอง บางสถานก็อัตโนมัติ) เวลาขึ้นรถเมล์ก็สอดเข้าไปในเครื่อง ถ้าเกิดใช้ตั๋ว Carte Orange ก็เอาทั้งสองส่วนให้คนขับดู (มันไม่ค่อยดูหรอก)

ส่วนตั๋วอีกประเภทนึง เรียกว่า Passe Navigo มีสองประเภทอีก คือแบบลงทะเบียน (Passe Navigo) และแบบไม่ลงทะเบียน (Passe Navigo Decouverte – แปลว่า Discovery อ่านว่า แด๊กโกแวค) แบบลงทะเบียนทำมาสำหรับผู้อยู่อาศัยในเมือง ขอผ่านเว็บฟรี (http://www.navigo.fr) หรือจะไปซื้อที่สำนักงานขายที่จะมีบางสถานี จะมีป้ายเขียนว่า Agence Commerciale RATP มีโลโก้สีเขียวๆฟ้าๆ เขียนว่า Le Club (http://www.ratp.info/communiquer/agences.php) ถ่ายรูปที่สำนักงานได้เลย แต่เราต้องมีที่อยู่ในปารีส ส่วนอีกแบบดีกว่า แบบไม่ลงทะเบียนทำมาสำหรับนักท่องเที่ยวหรือคนที่มาอยู่ชั่วคราว แบบนี้หาซื้อได้ตามสถานีที่มีบูธ Information สีส้มๆ วิธีซื้อก็กด Passe Découverte ราคา 5 ยูโร ที่ตู้ขายตั๋ว แล้วเราจะได้บัตรใบเล็กๆ เอาไปแลกเป็นบัตรตัวเต็มที่บูธ เอารูปถ่ายติดไปด้วย ได้มาแล้วก็เซ็นชื่อ แปะรูปถ่าย แล้วก็เอาไปเติมเงิน

บัตรทั้งสองประเภทนี้ เวลาได้บัตรมาแล้วก็ต้องชาร์จเงินเข้าบัตรที่ตู้อัตโนมัติสีเขียวๆ (Rechargement Navigo) สามารถชาร์จตั๋วเข้าไปได้หลายชนิด ราคาจะเท่ากับตั๋วในตารางอันแรก ทั้งสองแบบเหมือนกันทุกอย่าง ต่างกันแค่แบบลงทะเบียนจะมีข้อมูลของเราอยู่ในฐานข้อมูล พอเวลาบัตรหาย เราสามารถขอให้ออกบัตรใบใหม่ได้ในราคา 8 ยูโร และมูลค่าบัตรจะคงอยู่เหมือนเดิม แต่แบบไม่ลงทะเบียน หายแล้วหายเลย ต้องซื้อใหม่ เติมเงินใหม่ เพราะฉะนั้นไม่ควรทำหาย

เวลาใช้บัตร ก็แค่เอาไปแตะที่แถบม่วงๆ (เท่ห์ซะไม่มี เอาใส่กระเป๋าสตางค์แล้วแปะก็ได้ เหมือนที่เมืองไทย) จะมีเครื่องอ่านสีม่วงๆอยู่บนรถเมล์ รถไฟทุกชนิด ก็แตะให้มันดังติ๊ดก็คือโอเค เท่ห์แล้ว

คนตรวจตั๋วที่นี่จะใส่แจ็คเก็ตผ้าร่ม มีแถบสีเขียวๆ มากันเป็นหมู่คณะ (ตั้งแต่ 3 คนยัน 20 คน แล้วแต่อารมณ์) และจะถือเครื่องอ่านตั๋ว เดินมาขอดูตั๋วของเรา เราก็แค่หยิบให้เขาไป บางทีเขาก็เอาใส่เครื่อง บางทีก็ไม่ แล้วแต่ประเภทบัตร ใครใช้ Carte Orange ก็อย่าลืมเอาบัตรที่มีรูปให้ดูด้วย ถ้าเกิดเราไม่สามารถเอาตั๋วด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ก็โดนปรับกันอาน (ไม่เหลือเงินช็อป)

ที่นี่มีตั๋วรายปีสำหรับนักศึกษาด้วย เรียกว่า Imagine-R ราคาจะถูกมาก เป็นบัตรแบบ Navigo แล้วด้วย ราคาต้องไปดูในเว็บ (http://www.imagine-r.fr)

สรุป: ดูป้ายให้ถูก พกแผนที่ อย่าทำตั๋วหาย

ปล. เดี๋ยวเอารูปมาแปะให้ รอก่อน