Blog

March 25th, 2013

แว้บไปดูมาวันนี้

เนื้อเรื่องคือทำเนียบขาวโดนเกาหลียึด พระเอกที่เป็นเลโอไนดาสกลับชาติมาเกิดต้องไปกอบกู้สถานการณ์ อารมณ์ประมาณ Die Hard ที่หัวไม่ล้าน แล้วก็ตัวร้ายมาจาก Die Another Day (Zao)

แสดงโอเค ภาพยังไม่เนียนแต่อลังการใช้ได้ เนื้อเรื่องเรื่อยๆ สะใจได้เรื่อง หนังโผล่มาได้จังหวะเกาหลีกำลังตึงเครียดพอดี

Verdict: 3/5 ไปดูเอามันส์

IMDB 7.2 | RT 51%

ต่อจากนี้ไป spoiler ล้วนๆ

มีจุดที่ดูแล้วขัดหูขัดตามากหลายจุด

  • ปล่อยเครื่องบิน C-130 ผ่านมาได้ยังไงตั้งลึก เป็นปกตินี่น่าจะโดนสอยไปแล้ว (ถ้าเป็นจริงก็น่าจะเป็น F-16 สอย เพราะตอนนี้ F-22 ถูกสั่งงดบิน)
  • ถ้าสองเกาหลีจะรบกันจริง ผู้นำเกาหลีใต้ที่ควรจะคุยด้วยคือประธานาธิบดี ไม่ใช่นายกลีที่โผล่มาตายกากๆ
  • สองเกาหลีจะยิงกัน มันบอกว่าเป็นย่าน Southeast Asia (ย่านอาเซียน) จะยิงกัน แกจะบ้าเหรอ
  • นับ DEFCON ผิดฝั่ง ถ้าทำเนียบขาวโดนยึดนี่ควรจะ DEFCON 1 หรือ 2 แต่ในหนังมันเป็น 4 (ในขณะที่เขียนตอนนี้สหรัฐก็ DEFCON 4 อยู่) หนังฮอลลีวูดนับผิดหลายเรื่องมาก
  • SAM บนหลังคากากมาก ทำไมไม่ใช้ Patriot?
  • ข่าวในทีวีเขียนว่า “Whitehouse” แต่ความจริงแล้วต้องเขียนว่า “White House”
  • ทีมของธนัชชา ศักดิ์สยามกุลแปลห่วยมาก “Secret Service” ดันไปแปลว่าข่าวกรองลับ! แล้วก็ที่ผิดอีกเยอะมาก
  • ปืน Hydra นี่ยังไงๆ ก็ CIWS ชัดๆ แล้วไปเอามาได้ยังไง แล้วพระเอกรู้เรื่องอิปืนนี่ แต่ Director of Secret Services ไม่รู้!?
  • การ์ดของนายกเกาหลีตอนแรกโดนแยกไว้ข้างนอก มาอยู่ในห้องนิรภัยได้ยังไง
  • Secret Service ถือ Uzi ที่ความจริงเปลี่ยนมาใช้ MP5 เกือบสามสิบปีแล้ว ยังดีที่หน่วยในตึกใช้ P90 ที่ถือว่าถูกต้อง
  • รหัสเปิดระบบ Cerberus ของสามคนมันเป็น Alphanumeric แต่ตอนปิดระบบเป็น Unicode
  • รหัสเปิดระบบเป็นอักษรสองตัว เลขห้าตัว ที่ Bruteforce ได้ดื้อๆ
  • รหัสตอนปิดที่เขียนบนกระดาษมันมี Backslash -_-
  • แม่งเรียก # ว่า hashtag อันนี้ขอคารวะ พระเอกต้องหยุดถามแล้วอีกคนบอกว่า กด shift + เลข 3
  • ตอนกลางๆ เรื่องมันบอกว่า Cerberus คือระบบหยุดระเบิดนิวเคลียร์ที่ยิงไปแล้ว ตอนหลังแม่งบอกเฉยเลยว่าระเบิดทิ้งในไซโลก็ได้ จะบ้าเหรอ

ถ้าให้ดูอีกก็หาจุดเจออีก แต่ก็ไม่คิดมากนะ ดูเอาฮา!

ปล. ลูกชายปธน.เล่น Red Dead Redemption ตอนต้นเรื่อง

July 3rd, 2012

I think they modeled this after The Daily Show!
So Aaron Sorkin came up with a new show – “Newsroom” airing on HBO.

Replace: Charlie Sheen with Jeff Daniels, Governing with Reporting, fictional White House with a fictional TV network and there you have it!

The pilot episode went pretty well imo, especially the opening rant. But here’s the deal, I wasn’t expecting The West Wing, but I was expecting more wits and thoughtful dialog than what I have seen on the second episode. It was about the news team struggling to get interviewees and content, and I think the series crew is also struggling in real life to get meaningful content for that episode also.

I’m still giving this show a couple more chances, but if they can’t pull out of the awkward romance between the main characters and the meh romance between the supporting characters and can’t focus on the main point of the show – Journalism, I’ll just dump it on my watch later list :P

3/5

Update: Episode 3 was more interesting, they went on about the rise of the radical Tea Party. Although the romance subplots are still awkward.

Topic Review
June 12th, 2011

วันก่อนไปร้านอาหารเปิดใหม่มา ชื่อร้าน Café de Destiny

ร้าน Café de Destiny เป็นร้านอาหารอิตาเลียนและไทย (แต่ไม่ฟิวชั่นเท่าไหร่นะ ซึ่งเป็นอะไรที่ดีมากที่ไม่ฟิวชั่น) ร้านอยู่ตรงเอกมัย เยื้องๆปั๊มน้ำมันบางจาก เวิ้งเดียวกับร้านคิงคอง สาขาเอกมัย – แผนที่ Google Maps

 


หน้าร้านน่ามอง บรรยากาศดูดีใช้ได้เลย 

Promotions
อันนี้เวลาเปิดปิดร้าน Café de Destiny และโปรโมชั่นเบียร์ (อ๊ะ! เสร็จโจร!)

Erdinger Draught
น่าน เดินเข้ามาก็สั่งเบียร์ก่อนเลย Erdinger สด แบบสดมากๆ สงสัยเพราะร้านเปิดใหม่ เบียร์เลยเหมือนเพิ่งแกะ หอมมมม

Cafe de Destiny - Inside
บรรยากาศภายในร้าน Café de Destiny ความจริงด้านล่างร้านไม่ใหญ่มาก แต่ก็จัดวางพื้นที่ให้มีพื้นที่ต่อโต๊ะเยอะ ไม่ดูแออัดดี

เมนูของร้านจะแยกส่วนเมนูอิตาเลี่ยนกับเมนูไทยออกจากกัน อันนี้ที่ไปกินกันจะสั่งอิตาเลียนมาเป็นหลัก
ราคาถือว่าไม่แพงสำหรับโซนเอกมัย-ทองหล่อ ไปกันห้าคน หมดไปเกือบๆสี่พัน อิ่มหนำสำราญกันดี

Caesar Salad
ซีซาร์สลัด มาตรฐานแบบดีหน่อย

Mozzarella Salad
สลัดมะเขือเทศกับชีสมอสซาเรลล่า สะใจชีส!

Tortilla
อันนี้ Tortilla กินเล่นๆสนุกดี น้ำจิ้มอร่อย

Duck, I think
Lamb Shank แพงที่สุดในเมนู (550 บาท) น้องชายสั่งมา อร่อยดี เนื้อนุ่มมวากกก

Black Ink Pasta
น้องสาวสั่งพาสต้าเส้นหมึกดำ อันนี้ชิมไปนิดเดียว ใช้ได้อยู่

Angel Hair Pasta
พาสต้าของแม่ ไม่ได้ชิม ถ่ายเสร็จแล้วมันก็โดนรุม!

Lamb Shank
ส่วนอันนี้พระเอกของผม ขาแกะ! (450 บาทมั้ง) ตอนแรกเกือบลืมถ่ายรูปแล้วจะกินเลย

LAAAAMMMBBBB
ยกมาดูใกล้ๆ มะ มะ มะ ไม่ไหวแล้ว!!

OM NOM NOM NOM
งั่ม วิธีการกินถูกไม่ถูกไม่สน แต่อร่อยสะใจ ซอสเข้ม เนื้อนุ่ม

PIE!
แล้วก็ชีสพาย อันนี้ภรรยาเจ้าของร้านทำเอง เป็นจุดเด่นของร้านได้เลย อร่อยสุดๆ (สั่งมากินกันสามจาน)

Chocolate Lava Souffle
ตบท้ายด้วยซูเฟล่ ช็อคกะแร้ลาวา นิ่มๆ ขมๆ อะโหร่ย

 

สรุป: อร่อย ราคาไม่แพงมาก ตอนนี้ลูกค้าไม่เยอะ เพราะเพิ่้งเปิดใหม่

กินแล้วก็ไปเที่ยวต่อได้ แฮ่!

ไปดูรูปทั้งหมดที่ Flickr นะจ๊ะ

Topic Places, Review
June 1st, 2011

บล็อกดองเค็ม!

ก็เดือนก่อนได้มีโอกาสจับพลัดจับผลูได้ไปทานข้าวที่ห้องอาหาร D-Sens ของโรงแรมดุสิตธานี (มีคนอ่านทั้งเดซองส์ และดีเซนส์)

พอไปถึงก็ได้ค้นพบว่า เป็นงานเปิดตัวไวน์ ของตระกูล Rothschild อีกสายนึง! อันนี้มาจาก Bordeaux เลย :3

 

ก็ไม่รู้จะบรรยายอะไรมาก เอาเป็นว่าอร่อยหมด!

 

ดูรูปดีกว่า

 
Dusit Thani at Dusk
มาถึงตอนค่ำๆ ฝนใกล้จะตกพอดี แต่แสงแบบว่าสุดยอด! 

 

Newly Renovated D-Sens
ขึ้นมาชั้นบนสุด ก็จะพบห้องอาหาร D-Sens ที่เพิ่งตกแต่งใหม่ไปเมื่อไม่นานมานี้
ฝ่าย PR บอกว่า ที่ตกแต่งนี่ก็ประหยัด เพราะใช้ของที่มีอยู่แล้วมาดัดแปลงใหม่ ต้องยกนิ้วให้เลย ดูแทบไม่ออก

 

Apéritif Wine
ระหว่างรองานเริ่มก็ดื่ม Le Rose de Clarke (2009) รอกันก่อน อันนี้สีสวยดี กลิ่นออกผลไม้แนวเบอร์รี่ เหมาะเอาไว้ดื่มเรียกน้ำย่อยกับขนมจุกจิกได้ดี

 

Decor at D-Sens
พอมานั่งที่โต๊ะ ก็จะพบรูปตกแต่งร้าน ที่ขอซื้อได้ด้วยนะ ออกแนว Pop Art สมัยใหม่หน่อย

Maine Lobster Salad
คอร์สแรก เป็นสลัดล็อบส์เตอร์ ชิ้นเล็กๆ น่ารักๆ

Le Merle Blanc De Chateau Clarke
ทานคู่กับไวน์ขาว Le Merle Blanc De Chateau Clarke (2009)

Seared Duck Liver
ต่อด้วยตับเป็ดย่างเกรียมๆ หอมมากอะไรมาก!

Les Granges, Domaines Edmond de Rothschild
ดื่มคู่กับไวน์แดงเบาๆ Les Granges des Domaines Edmond de Rothschild (2008)

Quail in Two Ways
คอร์สสามเป็นนกกระทา นานๆที่ได้แซ่บนกที อร่อยด้วยนะ

Chateau des Laurets
ดื่มกับ Chateau des Laurets (2005) อันนี้เริ่้มมีความหนักขึ้นมาอีกนิด

Pan Fried Beef Filet Wagyu
และแล้วก็มาถึงเมนคอร์ส! เนื้อวากิวชิ้นเป้งๆ พร้อมซอสมันฝรั่งและซอส bordelaise ที่มาจาก Bordeaux

P1180182
ดื่มคู่กับพระเอกของงานนี้ Chateau Clarke Baron Edmond de Rothschild (2005) แบบว่าเต็มๆ full-body สะใจ :)

Poached Pear Williams, Rum and Vanilla Biscuit, Cinnamon Ice Cream
อันนี้ของหวาน เป็นวุ้นแพร์ (อธิบายคำว่า poaching ไม่ถูกอะ) บิสกิตรัมชิ้นเล็กๆ แล้วก็ไอติมอบเชย ที่อร่อยมวากกกกกกก

Ferreira Porto Tawny
ดื่มกับไวน์หวาน Ferreira Tawny อันนี้ของทาง D-Sens เอง
ปกติไม่ดื่มไวน์หวานนะ แต่อันนี้ถือว่าไปด้วยกันได้ดียิ่ง

Mignardises
จบด้วยขนมดื่มคู่น้ำชา/กาแฟ

Reddish Than
ซัดไปหมดนี่ สภาพเป็นแบบนี้ หน้าแดงแต่พองาม


สรุปแล้วก็ถือว่าชอบมาก กับอาหารที่ D-Sens และไวน์จาก Chateau Clarke ไว้โอกาสหน้าจะแวะเวียนไปเยี่ยมใหม่ :)

 

 

ดูรูปที่เหลือบน Flickr ได้ แต่มืดนิดนะ

Topic Review
May 11th, 2011

เมื่อวานบ่นอยากกินดิ่นไท่ฟง (Din Tai Fung – 鼎泰豐) ที่เพิ่งมาเปิดใหม่ที่หัวมุมชั้น 7 เซ็นทรัลเวิร์ล เมื่อไม่นานมานี้

หน้าร้านดิ่นไท่ฟง

หน้าร้านดิ่นไท่ฟง เซ็นทรัลเวิร์ล ชั้น 7 จ้า

ดิ่นไท่ฟงเป็นร้านอาหารจีนจากไต้หวันที่ขึ้นชื่อเรื่องเสี่ยวหลงเปา (Xiaolongbao – 小笼包) ถึงระดับที่เขาบอกว่าได้ดาวมิชลินในฮ่องกงกันเลยทีเดียว โดยที่ครัวของร้านดิ่นไท่ฟงจะมีจุดเด่นคือแยกครัวที่ทำเสี่ยวหลงเปาออกมาไว้ด้านหน้าร้านแล้วเป็นกระจกใส (ทำโชว์อะ ว่างั้น) สาขาที่กรุงเทพฯก็ไม่เว้นนะ

ครัวเสี่ยวหลงเปาหน้าดิ่นไท่ฟง

ครัวเสี่ยวหลงเปาหน้าดิ่นไท่ฟง ตอนแรกว่าจะไปเกาะกระจกดูเหมือนกัน 5555

อยู่กรุงเทพฯนี่หาเสี่ยวหลงเปากินยาก (ถ้าขี้เกียจเหาะไปเยาวราชหรือแถวสีลม) ตัวเลือกตามห้างมีแค่ ช่างไห่เสี่ยวหลงเปา (Shanghai Xiaolongbao) กับ คริสตัลเจด (Crystal Jade) ของที่ดิ่นไท่ฟงนี่โฆษนาเป็นล่ำเป็นสันเลยว่า พิถีพิถันสิบแปดจีบ! อุวะ!

เมื่อวานไปทานเป็นมื้อเย็น แต่เดาไว้ว่าเป็นร้านชื่อดังมาเปิดใหม่เลยทำใจไว้แล้วว่าคิวยาว ไปตอนทุ่มกว่าๆวันอังคาร สาวพนักงานต้อนรับ (น่าจะคนฮ่องกงนะ) บอกว่า “คิวสี่สิบนาที รอมั้ย?” พอเราบอกว่ารอจ้ะ เขาก็เอาเมนูกับใบติ๊กสั่งอาหารมาให้ยืนติ๊กกันหน้าร้านเลย

ค้นพบว่าร้านนี้เลิกรับคิวราวๆก่อนสองทุ่ม เพราะที่ได้มานี่คือคิวท้ายๆของร้านเลย จะไปก็รีบไปนะฮะ! (กินตับ กินตับ กินตับ)

เมนูสั่งอาหารร้านดิ่นไท่ฟง

เมนูสั่งอาหารร้านดิ่นไท่ฟง ถ้าขี้เกียจอ่านอังกฤษก็เอาเลขไปเทียบเมนูเอาฮะ

เปิดเมนูดูแล้วพบว่าเมนูหลากหลายใช้ได้ แต่หลายอย่างโดนกาว่าไม่มี (ของหวานไม่มีซักอย่าง)
แถมชื่อมีตั้งห้าภาษาจีน ไทย อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลี แต่ติดนิดหน่อยตรงภาษาไทยเหมือนจะไม่ได้ปรู๊ฟมา :P
แต่ไม่เป็นไร มีเสี่ยวหลงเปากินเป็นพอ

เมนูภาษาไทยดิ่นไท่ฟง

เมนูภาษาไทยดิ่นไท่ฟง อีกหน้าเขียนว่า "คำแนะนำของเชฟ" -_- อ้อ แล้วก็เมนูนี้ก็ไม่มีขายด้วย 5555

ที่ร้านก็มีบริการที่แปลกใหม่เล็กๆน้อยๆ อย่างเอาตะกร้าผ้ามาให้คุณนายทั้งหลายวางกระเป๋าถือกัน (จะได้ไม่เลอะ/รก) แล้วก็พนักงานพูดได้หลายภาษา (คนจีน/ไต้หวันมากินเยอะอยู่นะ เพราะตอนรอคิวนี่เจอข้ามหัวทั้งจีนกลางและกวางตุ้ง ผมล่ะเศร้าจริงๆที่หน้าตาให้ แต่ดันพูดได้ไม่กี่คำ)

 

รีวิวอาหารดีกว่านะ

เนื่องจากว่าหลักๆแล้วกินคนเดียว (อีกคนบอกว่าจะจิกเสี่ยวหลงเปาสามเม็ด) เลยสั่งเสี่ยวหลงเปามาแค่หกเม็ด เข่งเดียว (โต๊ะข้างๆเป็นป้ามากินกันสองคน แกสั่งมาสี่เข่ง)

อันนี้บอกได้เลยว่าอร่อย ซุปข้างในและไส้รสชาติเข้มข้นมาก แป้งก็เหนียวๆดี (แต่ต้องรีบกินนะ ทิ้งไว้นานแป้งจะเปลี่ยนจากเหนียวนุ่มเป็นเหนียวหนืด)

เสี่ยวหลงเปา มาแบ้วแจ้

เสี่ยวหลงเปาดิ่นไท่ฟง มาแบ้วแจ้ สั่งมาหกเม็ด (อย่าเรียกลูกเลย เรียกเม็ดดีกว่า) เข่งใหญ่บะเร้อบะร่า

เสี่ยวหลงเปา ณ ดิ่นไท่ฟง

เสี่ยวหลงเปา ณ ดิ่นไท่ฟง

เอาเสี่ยวหลงเปาดิ่นไท่ฟงมาเทียบกับเหรียญสิบ เอาไว้อ้างอิงขนาด

เอาเสี่ยวหลงเปาดิ่นไท่ฟงมาเทียบกับเหรียญสิบ เอาไว้อ้างอิงขนาด

อันนี้เทียบราคาแล้ว ของเราแพงกว่าที่ไต้หวันนะ ลองเอารีวิวพันทิปไปดูได้ ของเราหกเม็ด 145 บาท ของเขาหกเม็ด NT$114 (ค่าเงินไล่เลี่ยกัน 1:1 เลยช่วงนี้) แถมราคาของเรายังต้องมีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และค่าบริการอีก 10% (ภาษาบ้านๆเรียก 145++) ส่วนของเขามีแค่ค่าบริการ 10%

(ซักพักคงมีคนเรียก เสี่ยวหลงเปาอำมาตย์สินะ หรือจะเป็นเสี่ยวหลงเปาขันทีดี? lol)

อย่างอื่นที่สั่งมา (เพราะกินแค่อิเสี่ยวหลงเปานี่ไม่อิ่มแน่นอน) ก็มี…

ข้าวผัดดิ่นไท่ฟงพร้อมหมูทอด

ข้าวผัดดิ่นไท่ฟงพร้อมหมูทอด อันนี้หมูทอดอร่อย นุ่มมาก ข้าวผัดก็หอมดี อร่อยๆ

ข้าวผัดดิ่นไท่ฟง ผัดสไตล์จีนเลยคือข้าวมันวับ

ข้าวผัดดิ่นไท่ฟง ผัดสไตล์จีนเลยคือข้าวมันวับ

ไก่แช่เหล้าดิ่นไท่ฟง อันนี้มาเล็กจนน่าตกใจ แต่ก็อัดเนื้อมาแน่นดี ชิ้นใหญ่กว่ากำปั้นไม่มาก ด้านบนอร่อย แต่ต้องรีบกิน เพราะด้านล่างเค็มมาก ถ้าช้า

ไก่แช่เหล้าดิ่นไท่ฟง อันนี้มาเล็กจนน่าตกใจ แต่ก็อัดเนื้อมาแน่นดี ชิ้นใหญ่กว่ากำปั้นไม่มาก ด้านบนอร่อย แต่ต้องรีบกิน เพราะด้านล่างเค็มมาก ถ้าช้า

ซุปวุ้นเส้นกับเต้าหู้ยัดไส้ดิ่นไท่ฟง อันนี้กลิ่้นเป็นเอกลักษณ์ ซุปกลมกล่อม ส่วนวุ้นเส้นงั้นๆ

ซุปวุ้นเส้นกับเต้าหู้ยัดไส้ดิ่นไท่ฟง อันนี้กลิ่้นเป็นเอกลักษณ์ ซุปกลมกล่อม ส่วนวุ้นเส้นงั้นๆ

แน่นอน ต่อให้เป็นดิ่นไท่ฟง เราก็จะเล่น Davy Jones วะฮะฮ่ะฮ่า

แน่นอน ต่อให้เป็นดิ่นไท่ฟง เราก็จะเล่น Davy Jones วะฮะฮ่ะฮ่า

สุดท้ายถือบิลไปจ่ายหน้าร้าน กินคนเดียว (หักชา หักเสี่ยวหลงเปาไปสามเม็ด) โดนไปเกือบเก้าร้อย โฮะ… เข่าแทบทรุด น้ำตาแทบร่วง

ต้องกินมาม่าไปอีกหลายมื้อ ;_;

ต้องกินมาม่าไปอีกหลายมื้อ ;_;

เอาเป็นว่าแนะนำให้ไปเวลาอยากทานเสี่ยวหลงเปาอร่อยๆฮะ ตอนนี้คิวยาวหน่อย แต่คาดว่าอีกเดือนสองเดือน พอเขาเปิดร้านเต็มๆ (ช่วงนี้โซนด้านหน้าไม่เปิด) คงจะไม่ต้องรอเท่าไหร่

 

ร้านอาหารจีน ดิ่นไท่ฟง (Din Tai Fung – 鼎泰豐) ชั้น 7 เซ็นทรัลเวิร์ลด์ โทร. 02-646-1282