Blog

November 24th, 2012

Last night I went to Mulligan’s after a colleague’s wedding.

Towards the end of the night, two foreigners sat down on a table nearby and started smoking cigar. They each ordered a glass of Tripel Karmeliet, a fine brew that goes well with tobacco. It seemed like they were about to have a good night out in Bangkok.

But both glasses of the beer came with so much foam, starting from half of the glass and goes over the top. They were obviously unhappy, but the waitress offered no help.

I, as an avid alcoholic and a patriot (surprise?), stopped the waitress and demanded they do something with the foam. She said they were poured from a bottle, and that’s the way it is.

Sorry, but that’s unacceptable, especially in an Irish pub in the middle of Bangkok’s tourist area.

I went up to the bar, ordered one more Tripel Karmeliet, paid for it, and just when I was about to grab the glass and the bottle to pour myself, a more senior waitress showed up and offered to pour for me. I told her she can do it, but if I’m not happy with the foam she’ll have to pay for another one. She took the chance and poured very slowly, carefully. The end result was magnificent, the foam layer was properly sized. A 100 Baht tip was given.

I exchanged the new glass with one of the guests to our country. They were really happy for that, we hugged, talked about beers, exchanged our contacts, and they will come back next year with more friends.

I think I just saved Thai tourism.

Until #pitaksiam mob fucked it up today anyway :P

Topic Offline
October 22nd, 2012
  • วันเสาร์ที่ผ่านมา ร่วมกับสมาชิกลัทธิเอไจล์ เกรียนส์ เร็วส์ จัดบาร์แคมป์บางกอก 5 ที่ออฟฟิศ
  • รอบนี้ที่เล็ก เลยจำกัดจำนวนคนไว้ที่ 66 แล้วเปิดจริง 110 แต่มาจริงประมาณ 70-80 คน (คราวหน้าต้องชัดเจนกว่านี้ว่าอย่าสมัครมากั๊กตั๋ว)
  • เลยมีบั๊กเพราะพิมพ์หัวข้อของทุกคนแปะไว้ก่อน บางคนหัวข้อฮิตมาก แต่ตัวไม่ปรากฏ วืดไป คราวหน้าให้ตัวมาก่อนแล้วค่อยบังคับแปะหัวข้อ
  • การไม่แจกเสื้อเป็นลาภอันประเสริฐ ไม่เลี้ยงข้าวเที่ยงด้วย ประหยัดงบไปได้เยอะ
  • รอบนี้ใช้เงินไปจริงๆ หมื่นกลางๆ (เครื่องเขียนสองพัน เสบียงเสริมหนึ่งพัน ข้าวเย็นเก้าพัน) ถือว่าลดประเด็นการขอสปอนเซอร์ไปได้เยอะ
  • เหนื่อย ตื่นเช้าไม่ใช่แนวเรา แต่ก็โอเค
  • ไอ้แก้วกาแฟที่เดินถือไปถือมาทั้งวัน บางทีก็กาแฟ แต่ส่วนใหญ่คือเหล้า (เชื้อเพลิงผม)
  • อัพตาราง google docs, ปรับกล้อง ustream, ลงรูปในทวิตเตอร์ทั้งวัน แต่ก็ดี เป็นอีเวนท์ที่ดูทันสมัย (คราวหน้าจะหากล้อง hd)
  • ขอขอบคุณชาวคณะพี่หนุ่่ม พี่ม่อน พี่รูฟ พี่แยม ทุกคนที่พรอนโต้ โพรเทอุส โอเพ่นดรีม เรดดี้ออฟฟิศ และทุกคนที่มาแจมงาน
  • งานหน้าคุยกับ Hubba เอกมัยไว้แล้ว น่าจะ Q1 ปีหน้า (จัดถี่ๆ ดีกว่า)
  • สามห้องอาจน้อยไป สี่ห้องน่าจะดูกำลงดี แต่เกินนั้นวุ่นวาย
  • @symons was the early bird of this event!
  • คนที่มาจริงๆ ไม่บ่นเรื่องงานเล็กเท่าไหร่ ผมบอกได้เลยว่าอารมณ์นี้แหละที่ใช่บาร์แคมป์ ดิบดี
  • เจอกัน WordPress Dev Night วันที่ 9 พฤศจิกาจ้า
Topic Offline
October 10th, 2012

เล็งไว้แล้วเรียบร้อยว่าจะต้องมีประเด็นเรื่องจำกัดคนขึ้นมาสำหรับ Barcamp Bangkok 5 ขอระธิบาย (ระบาย + อธิบาย) ดังนี้:

ที่มาที่ไป

โต้โผใหญ่งานสี่ครั้งแรกตอนนี้ย้ายไปอยู่สิงคโปร์แล้ว มอบให้คนแคนาดาหน้าใหม่มาจัดการงานครั้งที่ห้าซึ่งก็ว่าจะจัดที่ม.ศรีปทุมอีกเป็นรอบที่สาม แต่ว่าพอดีตกลงกับทางม.ศรีปทุมไม่ลงตัว แล้วน้ำก็ท่วมพอดี

ปีที่แล้วเลยไม่มี Barcamp Bangkok

แล้วก็น้ำเหนือที่ท่วมก็ได้ทำลายบ้านหัวหน้าคนจัด ที่ตอนนี้ย้ายไปอยู่เชียงใหม่แล้ว ผมมารู้อีกทีก็คือตอนไปเจอหน้าใน Barcamp Chiangmai ตอนกลางปีนี้ (ก็ว่าหายไปไหน)

ช่วงนี้ผมเริ่มว่างแล้วก็เลยอยากจัดอีกรอบ (โดน Barcamp Bangkhen น็อครอบด้วยแน่ะ) พอดีมีกลุ่มที่จะจัด Barcamp Krungthep อยู่ใกล้ๆ ด้วยความที่ concept เราตรงกัน เราก็เลย merge branch กัน

กลายเป็น Barcamp Bangkok กลุ่มใหม่!

แล้วทำไมไม่จัดใหญ่เหมือนเดิม?

สาเหตุใหญ่บอกได้เลยคือ “ที่มันจำกัด”

การจัดบาร์แคมป์ทุกครั้งนี่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือเรื่องสถานที่ เพราะเป็นงานไม่ขายบัตร ไม่หากำไร ฉะนั้นสถานที่จะไปเช่าเอาก็คงจะลำบากเกินไป

สถานที่รอบนี้ืคือบริษัทที่ผมทำงานอยู่ที่ให้เงินสปอนเซอร์มา ให้ที่ทำเว็บมา ให้สถานที่มาฟรีๆ โดยไม่ขอว่าจะต้องปั๊มลงเสื้อหรือป้ายไวนิล ฯลฯ

สถานที่มันลงตัว มีเน็ต มีที่นั่ง มีห้อง เดินจากรถไฟฟ้าได้ แต่สถานที่มันเล็ก เลยต้องจำกัดคนที่มาได้

แล้วเมื่อจำกัดคน คนที่มาพูดก็น่าจะได้ลำดับก่อนคนที่ตั้งใจจะมาฟังอย่างเดียว

เหมือน torrent tracker ที่ให้ความสำคัญ seeder มากกว่า leecher ถ้าเกิดว่ามี capacity จำกัด

แล้วก็งานนี้จัดต่อ Barcamp Bangkhen ที่มีคนลงทะเบียนเยอะมากกกกกก ก็ไม่รู้จะจัดงานใหญ่ต่อๆกันทำไมเหมือนกัน เพราะถ้าไม่จัดตอนนี้ก็คงปีหน้าเลย (พฤศจิกาน้ำท่วม ธันวาวันหยุดเยอะ)

ที่เล็กก็หาสปอนเซอร์เพิ่มแล้วไปหาเงินไปเช่าที่ใหญ่ๆ สิ?

อันนี้บอกได้เลยว่าวุ่นวาย

เทียบจำนวนสปอนเซอร์ของงานครั้งแรกกับครั้งที่สี่ดูนะครับ

สปอนเซอร์เยอะ เรื่องเยอะ ป้ายเยอะ ขายของเยอะ

งานครั้งแรก 200 คน จัดในร้านอาหารแขกครับ

งานครั้งที่สี่ 1200+ คน ยึดตึกมหาลัยเลยครับ

งานรอบนี้ 100 คน เอามันแค่ในออฟฟิศนี่แหละครับ สปอนเซอร์มี 3-4 เจ้า

สเหน่ห์ละสเน่ห์!!!

คุณอาจบอกว่าสเน่ห์ความไม่จำกัด ความเปิดกว้างมันหายไป

แต่ผมบอกได้เลยว่าสเน่ห์ความดิบ ความสนุกของตัวงานมันหายไป

ครั้งแรกที่เอากระดาษกั้นห้องนะครับ คนพูดห้องติดกันเสียงตีกัน พูดไปพูดมาซักพักก็เถียงกัน

ครั้งที่สามนี่ผมจำได้เลยว่ามีพิธีเปิดด้วย อันนี้ผมว่าถ้าอยากได้งานแบบนี้ รอ Commart ดีกว่านะ?

เรื่องของฟรีนี่ผมไม่พูด นานาจิตตัง ผมก็ชอบของฟรี(มาก) แต่ผมก็ไม่อยากให้มาเพราะของฟรี :P

เอาจริงๆ ก็ไม่ได้เป็นงานปิดนะ แค่จำกัดคน แล้วก็บังคับให้มีหัวข้อ แต่เราก็ไม่ได้จำกัดหัวข้อแต่อย่างใด

ถ้างานปิดก็ Foocamp นั่นแหละปิดของจริง ต้นกำเนิด Barcamp เลยนะ

อนาคตล่ะ?

เอาเป็นว่ารอบนี้ให้มันรอดก่อน คือถ้าปีนี้เว้นอีกก็คงจะกลับมาลำบากแล้ว

คิดไว้ว่าจะจัดให้บ่อยขึ้น (ซักที) แต่จัดงานสเกลพันคนปีละหลายรอบก็คงไม่ไหว (ผมอาจต้องย้ายไปทำงาน Index Creative Village ก่อน)

แล้วก็ถ้าอยากให้เป็นงานใหญ่ขึ้น ก็คงต้องรบกวนคุณมาช่วยเหลือเราแล้วล่ะ

เราไม่ได้ปิดกั้น เพราะตาม spirit ของงานคือ “ทุกคนช่วยกันจัด”

ส่วนตัวคือผมเบื่อมหาลัยแล้ว เพราะรูปแบบห้องที่เป็นเวทีข้างหน้าปะทะกับโต๊ะเลคเชอร์ มันไม่สนับสนุนให้เกิดการโต้เถียงกัน​ ซึ่งเป็นจุดหลักของ Barcamp คือให้คนมาคุยกัน เถียงกัน สร้างชุมชนแล้วก็แตกงานใหม่

ฉันว่าฉันจัดได้ดีกว่านี้

เชิญเลยครับ มาร่วมกันกับเรา หรือจะแยกไปจัดเองก็ได้ เพราะงานแนว Barcamp ใครจะจัดก็ได้ เพราะมีมาแล้วทั้ง Drupalcamp, Mashcamp, Readcamp ฯลฯ (Wordcamp ไม่นับนะ ชื่อเหมือนเฉยๆ แต่รอดูปีหน้านะ!)

เรียกผมไปช่วยด้วยก็ได้ ผมยินดีครับ :)

ขอบคุณที่นั่งอ่านครับ มีอะไรทวีตมาถามที่ @thanr ได้

Topic Offline
July 10th, 2012

นี่คือแป้นพิมพ์เกษมณี (Thai Kedmanee) เป็นแป้นพิมพ์ภาษาไทยที่ใช้กันแพร่หลายที่สุดในประเทศไทย

ระดับการใช้งาน: มาตรฐาน


นี่คือแป้นภาษาไทยของ Blackberry ตั้งแต่ Bold 9000 เป็นต้นมา – ใช้วิธีการกดปุ่มซ้ำ

ระดับการใช้งาน: พอทน


นี่คือแป้นภาษาไทยของ iOS 5 หรือต่ำกว่า – ใช้วิธีกดปุ่มค้าง

ระดับการใช้งาน: กาก


นี่คือแป้นภาษาไทยของ iOS 6 เป็นต้นไป – ใช้วิธีกดปุ่ม Shift

ระดับการใช้งาน: พระเจ้าจ็อบส์


นี่คือแป้นภาษาไทยของ Android ต่ำกว่า 4.1 – ลืมไป ไม่มีให้ใช้

ระดับการใช้งาน: ใช้ไม่ได้ ไม่มีให้ใช้ ไปหา Third-party ลงเอาเอง


นี่คือแป้นภาษาไทยของ Android 4.1 Jelly Bean – ใช้วิธีกดปุ่มค้าง

ระดับการใช้งาน: กากที่สุด ทำช้ากว่าชาวบ้านแล้วยังทำได้ไม่ดีเท่า

Topic Online
July 3rd, 2012

I think they modeled this after The Daily Show!
So Aaron Sorkin came up with a new show – “Newsroom” airing on HBO.

Replace: Charlie Sheen with Jeff Daniels, Governing with Reporting, fictional White House with a fictional TV network and there you have it!

The pilot episode went pretty well imo, especially the opening rant. But here’s the deal, I wasn’t expecting The West Wing, but I was expecting more wits and thoughtful dialog than what I have seen on the second episode. It was about the news team struggling to get interviewees and content, and I think the series crew is also struggling in real life to get meaningful content for that episode also.

I’m still giving this show a couple more chances, but if they can’t pull out of the awkward romance between the main characters and the meh romance between the supporting characters and can’t focus on the main point of the show – Journalism, I’ll just dump it on my watch later list :P

3/5

Update: Episode 3 was more interesting, they went on about the rise of the radical Tea Party. Although the romance subplots are still awkward.

Topic Review