Fri 2 Apr 10
1 pm

Military Draft

Filed under: Offline
Tags: ,

เมื่อวานไปเกณฑ์ทหารมาฮะ ปีนี้ย่างเข้า 21 แล้ว (เกือบๆสิ้นปีนู่นอะ)

ต้องมา”ทำหน้าที่ของชายไทย” (นึกว่าหน้าที่คือหลีสาวซะอีก)

แหกขี้ตาตื่นตั้งกะตีสี่ (ความจริงนอนไม่หลับมาหลายวันแล้วล่ะ)

ไปถึงสถานที่ตีห้าครึ่ง ไม่เห็นมีใครเลย นัดหกโมงเช้า ทหารก็มาหกโมงเช้าเป๊ะๆ

เคารพธงชาติเจ็ดโมงเป๊ะ (เหมือนจะผิดเวลาเนอะ -_-) แล้วก็ฟังเขาอธิบายขั้นตอน แล้วก็รอเรียกชื่อขึ้นไปคัดเลือก

มีคนไปเกณฑ์ประมาณ 400 คน มายื่นผ่อนผันไปซะ 150 คน (เฮ้ย) เหลือคนคัดตัวแค่ 250 คน

ผมโดนเรียกขึ้นไปประมาณคิวที่สามสิบไม่ก็สี่สิบนี่แหละ เขาให้เอาหลักฐานติดตัวไปดังนี้:

- บัตรประชาชน
- สด.9 ใบขึ้นกองเกิน
- สด.35 หมายเรียก
- หลักฐานทางการแพทย์ พวกฟิล์มเอ็กซเรย์ ถ้าคิดว่าตัวเองทุพพลภาพไม่ผ่านเกณฑ์แน่ๆ
- หลักฐานทางการศึกษา เอาไว้ลดวันประจำการ (ใช้ transcript ตัวจริงนะจ๊ะ)

เอาจริงๆแล้วก็ใช้แค่บัตรประชาชนกับหลักฐานทางการแพทย์ฮะ ขั้นตอนนี้ พอขึ้นไปแล้วก็จะโดนมาร์คเลขบนแขนแบบนี้

แล้วก็ให้นั่งรอเรียก (อีกละ) ไปปั๊มนิ้วบนขั้วที่สองของสด. 43 (มีสามขั้ว ขั้วแรกอยู่ติดกับสมุด ขั้วที่สองทหารเก็บเป็นหลักฐาน ขั้วที่สามจะให้เราเก็บไว้ตอนจบงาน)

แล้วก็ไปนั่งรอเรียกไปตรวจร่างกาย ก็ให้ถอดเสื้อ (อ๊าง) กับถลกขากางเกงขึ้น (แนะนำให้ใส่ขาสั้นไป ผมใส่ขาเดฟไป น้ำตาแทบไหล พับไงฟะ)

ตอนตรวจก็ไม่มีอะไรมาก เขาก็ให้ยืนเรียงแถว (แถวผม 7 คนเอง) แล้วก็เหยียดแขนตรง เขาก็จะดูรวมๆ ดูนิ้วว่าไม่ผิดปกติ เช็คหูว่ามีครบรึเปล่า แล้วก็ถามว่ามีโรคประจำตัวมั้ย ได้ยินเท่ากันสองข้างป่าว สายตาสั้นเท่าไหร่ น้ำหนักเท่าไหร่ (ถ้าเยอะเข้าเกณฑ์เขาจะให้ไปชั่ง แต่ผมก็อดอีก เพราะบอกไปว่า BMI 26.5 เมื่อก่อน 29.5 เกณฑ์ที่ไม่ผ่านคือ 35 อัพนู่น ต้องกลมเป็นซูโม่แล้วนั่น)

ผมโดนหัวหน้าแพทย์ตรวจ (เป็นร้อยเอกหญิง แบบว่าน่ารักด้วยอะ) เกือบตอบแล้วว่าโรคหัวใจกำเริบเลิฟ 5555 แต่เมื่อวานไม่กล้าเกรียนอะไรทั้งสิ้น เดี๋ยวซวย สห.ยิ่งเยอะๆอยู่

สเต็ปนี้ใครเป็นพระหรือกระเทย จะไม่ต้องถอดเสื้อ เขาจะแยกไปตรวจแบบไพรเวท กระเทยทุกคนจะเป็นคนประเภทที่ 4 (จิตไม่ปกติ) ก็ขั้นตอนนี้แหละ เอาจริงๆเขาเขียนอะไรที่ไม่ใช่ประเภท 1 ก็ดีแล้วล่ะ

แล้วก็ไปนั่งรอตรวจวัดขนาด ก็ไม่นานนะ วัดส่วนสูงกับวัดรอบอก สเต็ปนี้ที่เห็นจะตกกันคือเด็กแว้นฮะ ไม่ส่วนสูงไม่ถึงก็รอบอกไม่ถึง แบบว่าตัวเล็กเกินอะ ถ้าส่วนสูงไม่ถึง 160 เขาจะให้เป็นประเภทคัดรอง (เป็นตัวสำรองจับสลาก) ถ้ารอบอกไม่ถึงนี่เขาให้เป็นประเภทสองเลย ไม่รับ อิผมนี่ก็ผ่านสบายๆสิฮะ วัดส่วนสูงออกมา 177 (เจอกระดานเคาะหัวตอนวัด แทบทรุด หายไป 2-3 เซน) รอบอกก็เกินเกณฑ์มา 15-20 เซน สบายบรื๋อ

รวมออกมาแล้ว ผมเป็นประเภท “สมบูรณ์ดี กลุ่มที่ 1″ คือเทียบแล้วก็ประมาณเนื้อหมูเกรด AA พร้อมขึ้นเขียง อะไรแนวๆนั้น เขาก็บอกว่าตอนบ่ายมาจับสลาก (เหมือนจะได้รางวัลไงงั้น)

ตอนบ่ายเนี่ย บ่ายโมงนี่เขายังเรียกอีกแขวงไม่เสร็จเลย สามโมงนี่เพิ่งเรียกคนผ่อนผันขึ้นไป มีบิ๊กทหารมาดูด้วย ประมาณว่าตัวเต็งผบ.ทบ.คนต่อไป นั่งซีรีส์ 7 คันงามมา มีนายทหารมายืนรอเพียบ พอบิ๊กกลับ นายทหารก็กลับ (ดีมะๆ)

กว่าจะได้ขยับตัวอีกทีก็เกือบๆหกโมงน่ะ ถึงจะเรียกมานั่งรวมกันอีก

พอมารวมกัน เขาก็แยกเป็นห้ากลุ่ม (เขตผมมีสองแขวงฮะ) แขวงนึงมีสองกลุ่ม คืออายุถึงพอดี กับอายุเกิน แล้วก็คนที่สละสิทธิ์ผ่อนผัน (คือขอผ่อนผันมาแล้ว แต่จะจับเลย) แล้วเขาจะให้ส่งตัวแทนไปจับสลากเพื่อเรียงลำดับว่ากลุ่มไหนจับก่อนจับหลัง กลุ่มผมกลุ่มที่สามฮะ

แล้วก็นั่งรอเขาก็เรียกชื่อขึ้นไปนั่งเรียงแถวอีก แต่เขาดันทะลึ่งเรียกกลุ่มผมขึ้นไปก่อน (แล้วก็เนียนไม่บอกด้วยนะว่าให้ไปนั่งเฉยๆ) ก็หน้าซีดสิฮะ นั่งมันแถวที่สองจากเวทีเลย แบบว่า ringside สุดๆ เขาก็ทำลายเล่มสด.43 ที่เหลือทั้งหมด จะได้โชว์ว่าไม่ได้โกงนะเฟ้ย (แต่ผมว่าจะฉีกออกไปตอนไหนก็ได้นะ) วิธิทำลายก็ง่ายๆ ให้ทหารเรือเอาลิ่มตอกให้มันทะลุ แล้วก็โชว์ว่าทะลุแล้วนะเฟ้ย (เล่มสุดท้ายไม่ทะลุ แต่เขาก็เนียนนะ)

ทีนี้เขาก็มาอธิบายฮะ ว่ามีโควต้ารับทหารเท่าไหร่ มีคนสมัครแล้วกี่คน รวมแล้วมีใบแดง 41 ใบ (ทบ.1 10 ใบ, ทบ.2 24 ใบ, ทอ.2 7 ใบ เหมือนเขาจะสับสนทอ.กับทร.กันเองนะ) จากคนที่มาเกณฑ์ 400 คน เหลือรอดมาจับสลาก 150 คนฮะ ก็เหลือใบดำ 109 ใบ

ตอนนั่งรอจับก็คำนวนโอกาสโดนทหาร 27.33% ฮะ ประมาณ 1 ใน 3-4 คนนี่เอง ลุ้นกันหัวทิ่มแน่

เขาก็เอาสลากในกระติกสังกะสี แล้วก็เชคแบบ Mr.Shake (ฮา) แล้วก็ให้พระที่มาเกณฑ์เขย่าด้วย

(ใช่ครับ กระเทยไม่ต้องจับสลาก แต่พระต้องจับสลากฮะ โคตรจะ make sense ฮะ ถ้าใครไม่อยากเป็นทหารแล้วก็บ้าพอ แนะนำให้เป็นกระเทยชั่วคราวฮะ ไปทำนมมา แด๊กยาคุมให้ผมยาวๆ แค่นั้นแหละ แต่งหน้าไปด้วยนะ!)

แล้วก็นั่งรอเขาเรียกชื่อขึ้่นไปจับใบดำใบแดงฮะ (ใบดำเป็นกระดาษสีขาว เขียนตัวหนังสือสีดำว่า “ดำ” แบบหนาๆ ใบแดงเป็นกระดาษสีขาว เขียนตัวหนังสือสีดำว่า “ทบ.๑” แบบไม่หนา)

อิแถวแรกที่โดนได้ใบดำหมดเลย แถวที่สองได้ใบแดงคนเดียว แล้วก็มาแถวผม ประมาณแถวที่สี่ไม่ก็ห้านี่แหละ ผมอยู่ท้ายแถวเลย

สี่คนแรกใบดำ สี่คนถัดมาแดงหมดเลย!!!! (ทบ. 3 คน แล้วก็พระได้ ทอ.) ผมก็เครียดแล้วฮะ มันอั้นมาแจ็คพ็อตกันแถวนี้นี่เอง พระยังไม่รอด แล้วมารอย่างผมมันจะรอดไงฟะเนี่ย

คนก่อนผมก็นัดกันว่าดำด้วยกันนะ อย่าทิ้งกู (เป็นเพื่อนกันช็อตนั้นน่ะแหละ) แล้วเขาก็จับได้ใบดำ

แล้วก็คิวผม ขึ้นไปจับแบบซือๆเลย ยกมือตรง แล้วก็จกกระติก ผมก็เอาใบแรกที่โดนมือน่ะแหละ

แล้วก็รอเขาคลี่ แล้วก็ประกาศว่า “ดำ” (กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด)

แทบกระโดดแอร์จอร์แดน แต่เหนื่อยแล้ว ยกแขนแบบปาเกียวพอ

ก็ไปรับสด.43 ที่มีลายนิ้วมือกรรมการ แล้วก็ปิ๊กบ้าน นอนหลับฝันดี ไม่ต้องซาบซึ้ง!

หมายเหตุ:

ผมไม่ได้เรียนรด.ฮะ เพราะผมเข้ามหาลัยเร็ว ไม่งั้นผมต้องหัวเหม่งจนถึงปี 2

ผมไม่ได้ยัดเงินฮะ เพราะเผื่อผมได้เป็นนายกในอนาคต แล้วมีคนมาตั้งแง่ นี่จะซวยเหมือนนายกสุดหล่อคนปัจจุบัน

ผมไม่ได้ใช้เส้นฮะ เพราะกินเกาเหลา

ผมไม่ค่อยได้ถ่ายรูปมาฮะ เพราะตื่นเต้น เหนื่อยด้วย ไม่มีอารมณ์ถ่าย lol

Mon 8 Mar 10
5 am

Mysterious Pouch

Filed under: Offline
Tags: , ,

ช่วงหลังๆโดนทักว่าบ้าหอบฟางบ่อย สาเหตุเพราะชอบแขวนกระเป๋าตลอดเวลา (ขนาดไปเที่ยวผับยังห้อยไปเลยเอ้า)
วันนี้เลยลองรื้อกระเป๋าดูว่าวันๆขนอะไรไปมั่ง เยอะกว่าที่คิดไว้แฮะ

  1. Cheap Nike Bag – ซื้อมาจากเกาหลีประมาณ 450 บาท เมืองไทยขายประมาณ 800 นิดๆ ใช้ดีมาก ขอแนะนำ!
  2. Pen and scrap paper – เมื่อก่อนพกสมุด Moleskine เพื่อความหล่อ แต่ตอนหลังๆจนมากเลยพกเศษกระดาษเอา – ค้นพบว่าเวลาจะอธิบายอะไรให้ใครฟังเนี่ย เขียนใส่กระดาษได้ผลที่สุด เอาไว้จดอะไรเร็วๆได้
  3. Book – เป็นคนติดการอ่านมาก พกหนังสือติดตัวเอาไว้อ่านเวลาอยู่บนรถนี่ฆ่าเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม แต่บางทีก็เผลอหลุดเหมือนกัน แบบว่าเงยหน้าขึ้นมาแล้วลืมไปว่าไม่ได้อยู่ในหนังสือ -_-
  4. Camera & Tripod – อันนี้ขาดไม่ได้เลย ไปไหนก็ต้องมีกล้อง ไม่งั้นจะขาดใจตาย (บ้าเนอะ) ขาตั้งซื้อมาจาก Daiso 60 บาทเท่านั้น (คุ้มมั้ยล่ะ)
  5. Khun Saab Sueng – เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราซาบซึ้ง ควรกลัดไว้เวลาไปดูหนัง
  6. Car Key & Parking Card – ไม่พกไว้ในกระเป๋ากางเกงเพราะมันเทอะทะมาก พกเวลามีอารมณ์จะขับรถนี่แหละ (ปกติขี้เกียจขับ จากใจจริง)
  7. MP3 – นี่ก็จำเป็นมาก โดยเฉพาะเวลาขึ้นแท็กซี่แล้วไม่อยากฟังวิทยุกีฬาสีหรือเพลงแปลกๆ แล้วก็เวลาขึ้นบีทีเอสด้วย เดี๋ยวนี้โฆษนาบังคับกันมาก
  8. USB Charger – ซื้อมาร้อยกว่าบาทตั้งนานแล้ว มีประโยชน์อย่างไม่น่าเชื่อ
  9. MicroUSB cable – เอาไว้ต่อกับข้อ 8 แล้วชาร์จ BlackBerry เพราะแบตไปไวมาก (ส่วนที่ชาร์จ BlackBerry จริงก็ไม่อยากพกมา รู้สึกว่ามันเป็นของมีราคา -_-)
  10. Flashdrives – ไม่น่าเชื่อว่าพกตั้งสามอัน อันขาวเอาไว้เก็บงาน อันสีเงินเอาไว้เก็บโปรแกรม (boot ได้ด้วยนะ) ส่วนสีดำมีไว้เก็บไวรัส
  11. Perfume – ไม่ได้เจ้าสำอางนะ แต่เป็นคนติดน้ำหอม (สินะ) แล้วก็บางทีตัวเหม็นมาก 555
  12. Napkin – ผ้าเช็ดหน้าหรือทิชชู่ก็ได้ แต่ต้องพกอะไรไว้เช็ดซักอย่าง
  13. Medicine – คืนก่อนพลาดเล็กน้อย “ข้อเท้าอักเสบเนื่องจากพลิก” (ใบรับรองแพทย์เขาว่างั้น) เลยได้พกยาเพียบ แต่ปกติก็มีพาราติดตัวอยู่แล้ว เพราะได้ใช้แน่นอน!

Thu 16 Jul 09
4 am

Contact Lenses

Filed under: Offline
Tags: ,

ตอนนี้การท้าทายในชีวิตอันล่าสุดคือคอนแทค เลนส์

พอดีมีไอเดียว่าใส่คอนแทคแล้วอาจสะดวกขึ้นกว่าใส่แว่นในบางที เช่น ดูหนัง 3 มิติ ใส่แว่นกันแดด เล่นกีฬา หรือ เต้นแบบสุดเหวี่ยง :P

แถมเพื่อนส่วนใหญ่ก็ใส่กัน เห็นเวลาถอดใส่ก็สะดวกสบายกันดี

ก็เลยไปหาซื้อคอนแทค เลนส์มา

ด้วยความที่ว่าสายตาทั้งสั้นทั้งเอียง เขาบอกว่าแบบรายวันในไทยไม่มีแบบนี้ขาย

ต้องสั่งแบบรายเดือนเท่านั้น กล่องละพันห้า มีกล่องละ 3 คู่ (6 ชิ้น) ใส่ได้ชิ้นละหนึ่งเดือน

แถมสายตาไม่เท่ากันอีก (ให้ตายสิ) ต้องสั่งสองกล่อง ใส่ได้ครึ่งปี (สามพันบาท หมดตูดเลย)

วันนี้ไปรับคอนแทค เลนส์มา ได้ยี่ห้อ Bausch & Lomb SofLens มา

Bausch & Lomb SofLens

ก็เป็นคอนแทคแบบอ่อนสินะ

ที่ร้าน ลองใส่ดู

ตอนแรกใส่เอง ไม่รอด จิ้มตาไม่ตรง

ให้เพื่อนช่วย ก็ยังไม่รอด

เป็นเพราะกระพริบตา (reflex action แบบสุดๆเลย)

พนักงานมาช่วย ก็ยังไม่รอด (เริ่มเมื่อยตาแล้ว)

สุดท้ายใช้เวลาชั่วโมงเต็มๆ กับพนักงานร้านอีก 3 คน ในการใส่คอนแทคให้ผม

น้ำตาไหลพรากเลย (หน้าเหมือนคุณซาบซึ้งเป๊ะ)

ใส่แล้วรู้สึกแปลกๆดี เหมือนกลับมาตาดี ไม่ต้องมองผ่านเลนส์แว่น แต่ก็รู้สึกไม่ชินเวลาลมพัดเข้าตาตรงๆ

ตอนนี้ก็ค่อนข้างชินแล้ว

ถ้าใส่แบบธรรมดา (ไม่ใช่พวกสีหรือ Big Eye ตาแบ๊ว) แล้วก็สังเกตยากนะว่ามี

Contact Lenses in my Eye

แต่กระนั้น เมื่อใส่ได้ ก็ต้องถอดได้

ตอนใส่รุมใส่กันอย่างยากยัน ตอนถอดนี่คงหลอนเลย

พยายามทำตามที่คู่มือให้มาก็ยังไม่รอด เลยไปค้นเจอวิธีการถอดคอนแทค เลนส์ แบบอ่อนมา

ปล้ำกับตาตัวเองอยู่ครึ่งชั่วโมง สุดท้ายก็ถอดได้

Contact Lenses in the Container

ไม่อยากคิดเลยว่าใส่รอบหน้าจะถอดไหวรึเปล่า อยากชินเหมือนเพื่อนๆที่ถอดใส่กันแบบสบายๆ ชินแล้ว

Sun 7 Jun 09
4 pm

MosoThai on BTS

Filed under: Offline
Tags: , , ,

เมื่อเช้าออกไปสอบแล้วก็โวยวายเรื่อง #bkkfreeze (เล่นวันละสองรอบ เช้าเย็น เป็นปรากฏการณ์ที่มีแค่ในเมืองไทยที่เดียว)

ขากลับขึ้นรถไฟฟ้า พอลองอ่านๆโฆษนาบนรถไฟแล้วก็ เฮ้ย~~~ นี่มันอะไรกัน อะไรยั่งยืนๆเต็มไปหมด (โครงการคิดอย่างยั่งยืน) พอจะจับใจความได้ว่าเป็นโครงการของกองทัพบกและกอ.รมน.(อันนี้ชัวร์ เพราะเคลมกันเต็มที่) น่าจะมีจุดมุ่งหมายให้คนไทยเลิกหน้ามืดกัน

สเต็ปเทพการสร้างภูมิคุ้มกัน (สติ -> เหตุผล -> อดทน -> พอเพียง)
สเต็ปเทพการสร้างภูมิคุ้มกัน

สมการเทพของภูมิคุ้มกัน (สติ+เหตุผล = ภูมิคุ้มกัน)
สมการเทพของภูมิคุ้มกัน

สมการเทพบนฝาประตู
สมการเทพบนฝาประตู

จับมือกัน รักกัน รูปนี้นี่ขอให้ความเห็นว่ามาแนว Propaganda สุดๆ
จับมือกัน รักกัน

ขบวนรถยั่งยืน
ขบวนรถยั่งยืน

ค่อนข้างเห็นด้วยว่าคนเราควรจะมี “สติ” และ “เหตุผล” แต่ไอ้ภูมิคุ้มกันกับสเต็ปเทพนี่ขอไปไตร่ตรองดูก่อน (เห็นมะ ผมรับรู้ข่าวสารอย่างมีสติ!!)

ลองเข้าเว็บโครงการแล้ว ค้นพบว่าจัดทำโดยกระปุก แล้วก็สีส้มแสบตาซะยิ่งกว่าประชาไทอีก

ชอบโฆษนาในหน้าแรกเว็บนะ ที่บอกว่าคนไทยลืมไปแล้วว่าเคยรักกัน แต่… ดูแล้วมันมึนๆนะ พวกโฆษนาบนรถไฟฟ้าไม่เห็นบอกเลยว่าให้คนไทยรักกัน :P หรือว่าจะทำโฆษนาเป็นซีรีส์ยาวหว่า?

ตบท้าย ขอแสดงความซาบซึ้งอย่างภาคภูมิ TvT
ขอแสดงความซาบซึ้งอย่างภาคภูมิ